โฆษณา

คำนวณเบี้ยประกันรถยนต์ พ.ร.บ. + ชั้น 1 2+ 3+ 2 3

โปรแกรมคำนวณเบี้ยประกันรถยนต์ พ.ร.บ. และภาคสมัครใจ

ประมาณการเบี้ยประกันรถยนต์ต่อปี ทั้งภาคบังคับ (พ.ร.บ.) และภาคสมัครใจ (ชั้น 1, 2+, 3+, 2, 3) พร้อมส่วนลดประวัติดีและโปรโมชั่น

เปรียบเทียบเบี้ยประกันรายปีตามชั้น

ดูว่าชั้นประกันแต่ละระดับมีค่าใช้จ่ายต่อปีต่างกันอย่างไร สำหรับรถของคุณ

ส่วนลดที่ได้รับ

สูงสุด 40% (ตามเกณฑ์ คปภ. ปี 2569)

ส่วนลดจากบริษัทประกันหรือโบรกเกอร์

เบี้ยประกันรวมต่อปี (โดยประมาณ)
0
บาท/ปี
เบี้ย พ.ร.บ. (ภาคบังคับ)
0
บาท/ปี
เบี้ยภาคสมัครใจ (สุทธิ)
0
บาท/ปี
ค่าเบี้ยรายเดือนโดยประมาณ
0
บาท/เดือน
ส่วนลดรวม
0
บาท/ปี
ระดับความคุ้มครอง
รายการ จำนวนเงิน (บาท/ปี)

ราคาประมาณการจากข้อมูลเฉลี่ยตลาดประกันภัย 2567-2569 ราคาจริงขึ้นอยู่กับบริษัทประกัน ทุนประกัน และประวัติการขับขี่

คำนวณเบี้ยประกันรถยนต์ พ.ร.บ. + ภาคสมัครใจ ต้องเตรียมงบเท่าไหร่

คนมีรถยนต์ส่วนใหญ่รู้แค่ว่า "ต้องจ่าย พ.ร.บ. ทุกปี" แต่ไม่รู้ว่าเบี้ยประกันภาคสมัครใจจริง ๆ กี่บาท โดยเฉพาะเมื่อมีตัวแปรเยอะ — ประเภทรถ อายุรถ อายุผู้ขับ ประวัติเคลม ชั้นประกัน (1/2+/3+/2/3) รวมถึงส่วนลดประวัติดีและโปรโมชั่น โปรแกรมนี้ช่วยประมาณเบี้ยรายปีทั้ง ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) และ ภาคสมัครใจ ให้ใกล้เคียงราคาตลาดจริงมากที่สุด พร้อมเปรียบเทียบทุกชั้นในกราฟเดียว เพื่อตัดสินใจว่าคุ้มค่าที่จะจ่ายหรือไม่

เครื่องมือนี้ใช้ฐานข้อมูลราคาจาก Priceza, silkspan และ SmileInsure ปี 2024-2025 ผสมกับอัตรา พ.ร.บ. ตามประกาศ คปภ. และปรับตามกฎ "ระบุผู้ขับขี่" ที่เริ่ม 1 ม.ค. 2569 เพื่อให้ตัวเลขสะท้อนกับสภาพตลาดปัจจุบันมากที่สุด

ประกันรถยนต์มีกี่แบบ ต่างกันอย่างไร

ประกันรถยนต์ในไทยแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่

  • พ.ร.บ. (ภาคบังคับ): ทุกรถที่จดทะเบียนต้องมี คุ้มครองเฉพาะค่ารักษาพยาบาลและชดเชยกรณีบาดเจ็บ/เสียชีวิต ไม่คุ้มครองรถเสียหาย ราคาเป็นอัตราคงที่ตามประเภทรถ
  • ภาคสมัครใจ: เลือกซื้อเพิ่ม แบ่งเป็น 5 ชั้น (1, 2+, 3+, 2, 3) คุ้มครองรถตัวเอง รถคู่กรณี บุคคลภายนอก รถหาย/ไฟไหม้ ตามชั้นที่เลือก

ถ้าไม่ต่อภาคสมัครใจ จะเสียหายคนเดียวทุกครั้งที่เกิดอุบัติเหตุ — ค่าซ่อมรถตัวเองหลายหมื่นถึงหลักแสน ขณะที่เบี้ยชั้น 3 เพียงหลักพันต่อปี จึงแนะนำให้มีอย่างน้อยชั้น 3 ติดรถไว้

สูตรคำนวณเบี้ยประกันรถยนต์

เบี้ยประกันภาคสมัครใจคำนวณจากปัจจัย 5 ตัว คือ

  1. ค่าฐาน (Base premium) — เบี้ยเริ่มต้นของแต่ละประเภทรถ (เก๋ง กระบะ รถตู้ บิ๊กไบค์ EV)
  2. ตัวคูณชั้นประกัน — ชั้น 1 = 1.00, ชั้น 2+ = 0.50, ชั้น 3+ = 0.40, ชั้น 2 = 0.35, ชั้น 3 = 0.18
  3. ตัวคูณอายุรถ — 0-3 ปี = 1.00, 4-6 ปี = 1.10, 7-9 ปี = 1.25, 10-12 ปี = 1.45 (เกิน 12 ปี ชั้น 1 ไม่รับ)
  4. ตัวคูณอายุผู้ขับ — 25-65 ปี = 1.00, 21-24 ปี = 1.20, นอกช่วง = 1.50
  5. ตัวคูณพื้นที่ — กรุงเทพ/ปริมณฑล = 1.08, ต่างจังหวัด = 1.00

สูตรคำนวณขั้นสุดท้ายคือ

voluntary_gross = base × class_mult × age_factor × driver_factor × loc_factor
claim_factor    = -5% (ไม่เคลม) | +10% (เคลม 1 ครั้ง) | +25% (เคลม 2+ ครั้ง)
voluntary_net   = voluntary_gross × (1 + claim_factor) - good_driver - promotion
total           = voluntary_net + CTL_RATES[car_type]

ส่วนลดประวัติดี (Good Driver Discount) สูงสุด 40% และส่วนลดโปรโมชั่นสูงสุด 30% รวมกันไม่ควรเกิน 60% เพื่อความสมจริง

ตารางตัวคูณชั้นประกัน (อ้างอิง Priceza, silkspan, SmileInsure 2024-2025)

ชั้น ตัวคูณ ความคุ้มครอง
11.00ชนมี/ไม่มีคู่กรณี + รถหาย + ไฟไหม้ + น้ำท่วม + บุคคล
2+0.50รถชนรถ + รถหาย/ไฟไหม้
3+0.40รถชนรถ (ไม่คุ้มรถหาย/ไฟไหม้)
20.35บุคคลภายนอก + รถหาย/ไฟไหม้
30.18บุคคลภายนอกอย่างเดียว (ถูกสุด)

วิธีใช้โปรแกรมคำนวณเบี้ยประกัน

  1. เลือก ประเภทรถ — เก๋ง/กระบะ 4 ประตู / กระบะ 2 ประตู / รถตู้ / บิ๊กไบค์ / EV
  2. เลือก ชั้นประกันภาคสมัครใจ — 1, 2+, 3+, 2, หรือ 3
  3. กรอก อายุรถ (ปี) — ถ้าเกิน 12 ปีและเลือกชั้น 1 ระบบจะสลับเป็นชั้น 2+ ให้อัตโนมัติ
  4. กรอก อายุผู้ขับขี่ — นอกช่วง 21-70 จะมีคำเตือน
  5. เลือก ประวัติเคลม 3 ปี — ไม่เคย / 1 ครั้ง / 2 ครั้งขึ้นไป
  6. ติ๊กถ้าใช้รถใน เขตกรุงเทพฯ/ปริมณฑล
  7. ปรับ ส่วนลดประวัติดี (slider 0-40%) และ ส่วนลดโปรโมชั่น (slider 0-30%)
  8. กดปุ่ม "คำนวณ" หรือเปลี่ยนค่าใดค่าหนึ่ง ระบบจะคำนวณใหม่ทันที

หน้าผลลัพธ์จะแสดง

  • การ์ดผลรวม — เบี้ยรายปี (พ.ร.บ. + สมัครใจ) และค่าเฉลี่ยรายเดือน
  • กริดผลย่อย — เบี้ย พ.ร.บ., เบี้ยสมัครใจสุทธิ, ส่วนลด/ส่วนเพิ่ม, ระดับความคุ้มครอง
  • ตารางรายละเอียด — แต่ละองค์ประกอบของเบี้ย (พ.ร.บ., ฐาน, ปรับตามเคลม, ส่วนลดต่าง ๆ, สุทธิ)
  • กราฟแท่ง — เปรียบเทียบเบี้ยรายปีทั้ง 5 ชั้นสำหรับรถคันเดียวกัน
  • คำเตือน — กรณีชั้น 1 กับรถเก่า หรืออายุผู้ขับนอกช่วง

ตัวอย่างการคำนวณ 4 เคส

เคส 1 — เก๋งอายุ 3 ปี ชั้น 1 ผู้ขับ 35 ปี กรุงเทพ ไม่เคยเคลม Good Driver 10% โปร 5%

  • พ.ร.บ. = 645.21 บาท
  • ฐานสมัครใจ = 14,500 × 1.00 × 1.00 × 1.00 × 1.08 = 15,660 บาท
  • ไม่เคลม (-5%) = 14,877 บาท
  • หัก Good Driver (-10%) = 13,389.30 บาท
  • หักโปรโมชั่น (-5%) = 12,719.85 บาท
  • รวม = 12,719.85 + 645.21 = 13,365.06 บาท/ปี (≈ 1,114 บาท/เดือน)

ชั้น 1 เก๋งอายุ 3 ปี มาตรฐานตลาด 12,000-16,000 บาท — ตัวเลขที่โปรแกรมคำนวณอยู่ในช่วงนี้พอดี

เคส 2 — กระบะอายุ 5 ปี ชั้น 2+ ต่างจังหวัด ไม่เคลม Good Driver 20%

  • ฐานสมัครใจ = 11,500 × 0.50 × 1.10 × 1.00 × 1.00 = 6,325 บาท
  • หัก no-claim (5%) = 6,008.75 บาท
  • หัก Good Driver (20%) = 4,807 บาท
  • รวม + พ.ร.บ. 645 = 5,452.75 บาท/ปี

ชั้น 2+ สำหรับกระบะที่ใช้งานในต่างจังหวัด โหลดเสี่ยงต่ำ เบี้ยจะถูกกว่าเก๋งในเมืองอย่างชัดเจน

เคส 3 — เก๋งอายุ 8 ปี ชั้น 1 ผู้ขับ 22 ปี กรุงเทพ เคลม 1 ครั้ง Good Driver 5% ไม่มีโปร

  • ฐานสมัครใจ = 14,500 × 1.00 × 1.25 × 1.20 × 1.08 = 23,490 บาท
  • เพิ่มเคลม (+10%) = 25,839 บาท
  • หัก Good Driver (5%) = 24,547.05 บาท
  • รวม + พ.ร.บ. = 25,192.26 บาท/ปี

เบี้ยพุ่งเกือบ 2 เท่าของเคส 1 เพราะรถเก่า + ผู้ขับรุ่นใหม่ + มีประวัติเคลม — สะท้อนความเสี่ยงจริงตามทฤษฎีประกันภัย

เคส 4 — เก๋งอายุ 13 ปี เลือกชั้น 1 (ระบบสลับเป็น ชั้น 2+ ×1.50 อัตโนมัติ)

  • ชั้น 1 ไม่รับรถอายุ 13 ปี — ระบบสลับเป็น ชั้น 2+ × 1.50
  • ฐานสมัครใจ = 14,500 × 0.50 × 1.50 = 10,875 บาท
  • สมมติ no-claim, Good Driver 10% = 10,875 × 0.95 × 0.90 = 9,298 บาท
  • รวม + พ.ร.บ. = ~9,943 บาท/ปี

รถเก่าเกิน 12 ปี ถ้าต้องการความคุ้มครองใกล้เคียงชั้น 1 ชั้น 2+ กับ multiplier 1.50 เป็นค่าเริ่มต้นที่สมจริงที่สุด

วิธีอ่านผลลัพธ์

  • เบี้ยรวมรายปี ตัวเลขใหญ่สุดคือภาระจริงทั้งปี หาร 12 เป็นค่าเฉลี่ยรายเดือน
  • เบี้ย พ.ร.บ. คงที่ตามประเภทรถ ไม่ลดไม่เพิ่ม
  • เบี้ยภาคสมัครใจ คือตัวแปรหลักที่ขึ้นกับชั้น, อายุรถ, อายุผู้ขับ, ประวัติเคลม และส่วนลด
  • ส่วนลด/ส่วนเพิ่มรวม ถ้าเป็น - คือส่วนลดสุทธิ ถ้าเป็น + คือค่าปรับจากประวัติเคลม
  • ระดับความคุ้มครอง ระบุว่าชั้นที่เลือกคุ้มอะไรบ้าง เช่น ชั้น 3 = บุคคลภายนอกอย่างเดียว
  • คำเตือน แสดงเมื่อระบบต้องปรับสูตร เช่น รถเก่าเกิน 12 ปี + ชั้น 1

กราฟแท่งเปรียบเทียบทั้ง 5 ชั้น ช่วยตอบคำถาม "ถ้าเลือกชั้นนี้แทน จะจ่ายต่างกันเท่าไหร่" ได้ทันที โดยไม่ต้องคำนวณใหม่

สมมติฐานและข้อจำกัด

  • ราคาจริงขึ้นกับบริษัทประกัน ตัวเลขจากโปรแกรมเป็นค่าประมาณกลางตลาด บริษัทอาจคิดแพงกว่าหรือถูกกว่า ±15-25%
  • มูลค่ารถไม่ใช่ปัจจัยหลักในสูตรนี้ บางบริษัทคิดตามทุนประกันจริง (sum insured) — รถหรูอาจคิดแพงกว่าประมาณนี้ 2-3 เท่า
  • ไม่รวมค่าเสียหายส่วนแรก (deductible) กรณีเลือก deductible 5,000-10,000 บาท เบี้ยจะลดลงอีก 5-15%
  • ไม่รวมโปรโมชั่นพิเศษเฉพาะงาน เช่น ส่วนลดวันเกิด ส่วนลดต่ออายุสมาชิก — รายละเอียดเหล่านี้ต้องสอบถามบริษัท
  • กฎ "ระบุผู้ขับขี่" ม.ค. 2569 ทำให้ส่วนลดประวัติดีสูงสุด 40% ถ้าไม่ระบุชื่อ ส่วนลดจะลดลงเหลือ ~20-30%
  • ชั้น 1 จำกัดอายุรถ ≤ 12 ปี ถ้ารถเก่ากว่านั้น บริษัทส่วนใหญ่ไม่รับทำ ต้องใช้ชั้น 2+ ขึ้นไป

เคล็ดลับลดเบี้ยประกันรถยนต์

  • สะสม no-claim bonus ไม่เคลมติดต่อกัน 3 ปีขึ้นไป บางบริษัทให้ส่วนลดสูงสุด 40% (ตามกฎใหม่ คปภ.)
  • เลือก deductible ยอมจ่ายค่าเสียหายส่วนแรก 5,000-10,000 บาทเอง เบี้ยจะลดลง 5-15%
  • ติดตั้งอุปกรณ์นิรภัย กล้องหน้า-หลัง dash cam, GPS tracker บางบริษัทลดเบี้ยได้ 3-7%
  • เปรียบเทียบราคา 3-5 บริษัท ความแตกต่างระหว่างบริษัทชั้นนำกับบริษัทรองอาจต่างกันถึง 30%
  • ต่อประกันล่วงหน้า 14-30 วัน หลายบริษัทเสนอส่วนลด early renewal 2-5%
  • เลือกชั้นให้เหมาะกับรถจริง รถอายุ 6-12 ปี มูลค่าเหลือ 100,000-300,000 บาท ชั้น 2+ ให้ความคุ้มครองเพียงพอและเบี้ยไม่แพง
  • ถ้าขับน้อย ใช้ชั้น 3+ รถชนรถอย่างเดียว แต่เบี้ยถูกกว่าชั้น 2+ ราว 20%

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

พ.ร.บ. กับประกันภาคสมัครใจต่างกันอย่างไร?

พ.ร.บ. คุ้มแค่ค่ารักษาพยาบาลและชดเชยบาดเจ็บ/เสียชีวิต ไม่คุ้มค่าซ่อมรถ ส่วนประกันภาคสมัครใจคุ้มค่าซ่อมรถตัวเอง รถคู่กรณี บุคคลภายนอก และรถหาย/ไฟไหม้ ตามชั้นที่เลือก แนะนำให้มีทั้งสองส่วนเสมอ

ชั้น 1 vs ชั้น 2+ ต่างกันแค่ไหน?

ชั้น 1 ครอบคลุมสูงสุด แต่เบี้ยแพงกว่าชั้น 2+ ประมาณ 2 เท่า ชั้น 1 คุ้มทั้งรถชนมี/ไม่มีคู่กรณี รถหาย ไฟไหม้ น้ำท่วม ชั้น 2+ คุ้มแค่รถชนรถ + รถหาย/ไฟไหม้ ถ้าจอดรถในโรงรถหรือลานจอดที่ปลอดภัย ชั้น 2+ เพียงพอและประหยัดกว่าชั้น 1 ครึ่งหนึ่ง

รถอายุ 13 ปี ยังทำประกันชั้น 1 ได้ไหม?

ไม่ได้ บริษัทส่วนใหญ่ปฏิเสธ ชั้น 1 จำกัดอายุรถไม่เกิน 12 ปี รถที่เก่ากว่าต้องเลือกชั้น 2+/3+/2/3 แทน ระบบจะสลับให้อัตโนมัติเมื่อเลือกชั้น 1 กับรถเก่าเกิน 12 ปี พร้อมคำเตือนบนหน้าจอ

ส่วนลดประวัติดี (Good Driver) ได้สูงสุดเท่าไหร่?

สูงสุด 40% ตามกฎ คปภ. ใหม่ มีผลกับสัญญาใหม่ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2569 เป็นต้นไป แต่ต้อง "ระบุชื่อผู้ขับขี่" หลักด้วย ถ้าไม่ระบุชื่อ ส่วนลดจะลดลงเหลือราว 20-30% กฎนี้ออกแบบมาเพื่อลดการเคลมไม่จำเป็น

รถ EV จ่ายเบี้ยแพงกว่ารถน้ำมันไหม?

โดยทั่วไปถูกกว่าเล็กน้อย 7-12% เพราะ EV ไม่มีน้ำมัน ไม่มีชิ้นส่วนเครื่องยนต์ที่ซ่อมแพง ค่าซ่อมเฉลี่ยต่ำกว่า บริษัทประกันส่วนใหญ่ให้ราคาพิเศษสำหรับ EV เช่น BYD, Tesla, MG, Neta, GAC Aion

เคลม 1 ครั้ง เบี้ยเพิ่มเท่าไหร่?

เพิ่มประมาณ 10% ของเบี้ยสมัครใจ ส่วนลด no-claim จะหายไป และถูกคิดเป็นค่าปรับ +10% ในปีถัดไป ถ้าเคลม 2 ครั้งขึ้นไป ค่าปรับเพิ่มเป็น +25% — เป็นเหตุผลที่คนจำนวนมากเลือกไม่เคลมเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ค่าซ่อมไม่เกินเบี้ยที่เพิ่ม

ถ้าไม่ต่อประกันภาคสมัครใจ ผิดกฎหมายไหม?

ไม่ผิด แต่เสี่ยงทางการเงินสูง พ.ร.บ. เป็นภาคบังคับเท่านั้น ภาคสมัครใจเป็นทางเลือก แต่ถ้าเกิดอุบัติเหตุแล้วไม่มีประกัน ต้องจ่ายค่าซ่อมรถเองทั้งหมด ซึ่งอาจสูงถึงหลักแสน

คำนวณเสร็จแล้ว เปรียบเทียบราคาบริษัทได้ที่ไหน?

เว็บเปรียบเทียบเบี้ยประกัน เช่น Priceza Money, silkspan.com, SmileInsure, Rabbit Care, FastInsurance — กรอกข้อมูลรถและผู้ขับเหมือนในโปรแกรมนี้ แล้วดูราคาจาก 5-10 บริษัทพร้อมกัน ความแตกต่างระหว่างบริษัทอาจถึง 30%

ชั้น 3+ กับชั้น 3 ต่างกันอย่างไร?

ชั้น 3+ คุ้มรถตัวเองเมื่อชนรถคู่กรณี ส่วนชั้น 3 คุ้มแค่บุคคลภายนอก ถ้าชนแล้วไม่มีคู่กรณี (เช่น เฉี่ยวเสา เป็นหลุมบนถนน รถลื่นไถลชนของบ้าน) ชั้น 3+ ไม่จ่ายเหมือนกัน ดังนั้นชั้น 3+ เหมาะกับรถที่ขับในเมืองที่มีคู่กรณีบ่อย

หลังคำนวณแล้ว เปรียบเทียบราคาจริงจากเว็บรวมเบี้ยประกันอีกครั้ง เพื่อให้ได้เบี้ยที่ดีที่สุดสำหรับรถของคุณ

โฆษณา

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ "นโยบายความเป็นส่วนตัว" และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ "จัดการคุ๊กกี้"

ข้อมูลที่ได้และใช้ประมวลผลจากการใช้คุกกี้นั้น ไม่มีการระบุชื่อ หรือบ่งบอกความเป็นตัวตนของท่านได้ อีกทั้งไม่มีการเก็บข้อมูลจำเพาะบุคคลเช่น ชื่อ อีเมล เป็นต้น และใช้เป็นข้อมูลทางสถิติเท่านั้น