โฆษณา

อัตราส่วนหนี้ต่อรายได้ (DTI) - คำนวณและประเมินสินเชื่อ

เช็คว่าหนี้เยอะเกินไปหรือยัง ธนาคารจะอนุมัติกู้เพิ่มหรือไม่

กราฟผลลัพธ์

เลื่อนเมาส์หรือแตะเพื่อดูรายละเอียด

รายได้ต่อเดือน

ธนาคารอาจลด 20-30% จากยอดนี้

รายได้รวม: 0

ภาระหนี้ต่อเดือน

หนี้รวม: 0
อัตราส่วนหนี้ต่อรายได้ (DTI)
0%
เงินเหลือใช้/เดือน
0
กู้เพิ่มได้ (เพดาน 60%)
0
อัตราออมโดยประมาณ
0%
หมวดหนี้ใหญ่สุด
0% 40% 50% 60% 100%
ปลอดภัย ระวัง เสี่ยง ไม่ผ่าน

อัตราส่วนหนี้ต่อรายได้ (DTI) คืออะไร?

ถ้ากำลังจะขอ สินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถ หรือสินเชื่อส่วนบุคคล ธนาคารจะดูตัวเลขหนึ่งเป็นอันดับแรก ๆ นั่นคือ Debt-to-Income Ratio (DTI) หรืออัตราส่วนหนี้ต่อรายได้ ยิ่ง DTI สูง ยิ่งกู้ยาก ยิ่งดอกเบี้ยแพง

DTI คำนวณง่ายมาก: เอา ภาระหนี้ทั้งหมดต่อเดือน หารด้วย รายได้ก่อนหักภาษีต่อเดือน คูณ 100 ออกมาเป็นเปอร์เซ็นต์ ตัวเลขนี้บอกธนาคารว่าเรามี "ความสามารถในการผ่อน" เหลืออีกแค่ไหน เครื่องมือนี้ช่วยคำนวณ DTI พร้อมประเมินว่าธนาคารจะอนุมัติหรือไม่

ทำไม DTI ถึงสำคัญ?

ธนาคารแห่งประเทศไทย (BOT) กำหนดกรอบ DTI ไว้ชัดเจน:

  • สินเชื่อส่วนบุคคล (Unsecured): DTI ไม่เกิน 60% ของรายได้
  • สินเชื่อบ้าน: ส่วนใหญ่ใช้เกณฑ์ 40-50%
  • สินเชื่อรถ: ประมาณ 30-40%

ถ้า DTI เกิน 60% ธนาคารส่วนใหญ่จะไม่อนุมัติสินเชื่อใหม่ เพราะถือว่ามีความเสี่ยงที่จะผิดนัดชำระหนี้ การรู้ DTI ของตัวเองล่วงหน้าช่วยให้วางแผนก่อนยื่นกู้ ไม่เสียเวลา ไม่เสียเครดิตจากการถูกปฏิเสธ

ใครควรใช้เครื่องมือนี้?

  • คนที่กำลังจะยื่นกู้บ้าน กู้รถ หรือสินเชื่อส่วนบุคคล
  • คนที่มีหนี้หลายก้อนและอยากรู้ว่ายังกู้เพิ่มได้ไหม
  • คนที่อยากลดหนี้และต้องการเห็นภาพรวมชัดเจน
  • ฟรีแลนซ์ที่รายได้ไม่แน่นอน อยากรู้ว่าธนาคารจะประเมินรายได้ยังไง

วิธีใช้เครื่องมือ

ขั้นตอนที่ 1: ใส่รายได้ทั้งหมด

กรอกรายได้ทุกประเภทที่ได้ต่อเดือน:

  • เงินเดือนประจำ: ฐานเงินเดือน (ไม่หักภาษี)
  • รายได้ฟรีแลนซ์: เฉลี่ย 3-6 เดือนล่าสุด
  • รายได้ค่าเช่า: หลังหักค่าใช้จ่าย (ถ้ามี)
  • โบนัสเฉลี่ยต่อเดือน: เอาโบนัสปีล่าสุดหาร 12
  • รายได้อื่น ๆ: ดอกเบี้ย เงินปันผล รายได้เสริม

ขั้นตอนที่ 2: ใส่ภาระหนี้ทั้งหมด

รวมค่าผ่อนทุกก้อนที่จ่ายต่อเดือน:

  • สินเชื่อบ้าน/คอนโด
  • สินเชื่อรถยนต์
  • สินเชื่อส่วนบุคคล
  • บัตรเครดิต (ขั้นต่ำ 3% หรือ 500 บาท แล้วแต่อะไรสูงกว่า)
  • สินเชื่อนักศึกษา
  • ผ่อนสินค้า (hire-purchase)
  • ค่าเช่าบ้าน
  • หนี้อื่น ๆ

ขั้นตอนที่ 3: ดูผลลัพธ์

เครื่องมือจะคำนวณ:

  • DTI เปอร์เซ็นต์ พร้อมสีเขียว/เหลือง/แดง
  • สถานะการอนุมัติ ตามเกณฑ์ธนาคาร
  • วงเงินกู้เพิ่มได้ (Remaining Capacity)
  • เงินเหลือใช้หลังหักหนี้
  • อัตราออม (Savings Rate)
  • กราฟวงกลม สัดส่วนหนี้แต่ละประเภท

ตัวอย่างการคำนวณ

เคส 1: DTI สุขภาพดี

  • เงินเดือน: 50,000 บาท
  • ค่าผ่อนบ้าน: 15,000 บาท
  • ค่าผ่อนรถ: 5,000 บาท
  • บัตรเครดิตขั้นต่ำ: 1,500 บาท

หนี้รวม: 21,500 บาท DTI: 43% สถานะ: "เหลือง — กู้เพิ่มได้ แต่ระมัดระวัง" วงเงินกู้เพิ่มได้อีก: 8,500 บาท/เดือน

เคส 2: DTI สมบูรณ์แบบ

  • เงินเดือน: 40,000 บาท
  • ไม่มีหนี้

DTI: 0% สถานะ: "ผ่านเกณฑ์ — กู้ได้เต็มที่" วงเงินกู้เพิ่มได้: 24,000 บาท/เดือน (60% ของ 40K)

เคส 3: โซนแดง

  • เงินเดือน: 30,000 บาท
  • สินเชื่อส่วนบุคคล: 12,000 บาท
  • บัตรเครดิตขั้นต่ำ: 3,000 บาท
  • ค่าผ่อนรถ: 6,000 บาท

หนี้รวม: 21,000 บาท DTI: 70% สถานะ: "ไม่ผ่านเกณฑ์ — ต้องลดหนี้ก่อน" เกินเพดานไป 3,000 บาท

เคส 4: ฟรีแลนซ์รายได้เต็ม แต่ธนาคารอาจลด

  • ฟรีแลนซ์: 40,000 บาท
  • ค่าผ่อนบ้าน: 10,000 บาท

DTI จากตัวเลขเต็ม: 25% แต่ธนาคารอาจคิดรายได้ฟรีแลนซ์แค่ 70% → ฐานรายได้ที่ธนาคารใช้ ≈ 28,000 DTI ที่ธนาคารเห็น: 35.7%

สูตรคำนวณและเกณฑ์ธนาคาร

สูตร DTI

DTI (%) = (หนี้รวมต่อเดือน ÷ รายได้ก่อนหักภาษีต่อเดือน) × 100

เกณฑ์ธนาคาร (BOT และสถาบันการเงินไทย)

DTIสถานะความหมาย
≤ 40%เขียว — ผ่านเกณฑ์กู้เพิ่มได้เต็มที่
40-50%เหลือง — ระมัดระวังกู้ได้แต่ต้องบริหารรายได้ดี
50-60%ส้ม — ใกล้เพดานกู้เพิ่มยาก บางธนาคารปฏิเสธ
> 60%แดง — ไม่ผ่านเกินกรอบ BOT ต้องลดหนี้ก่อน

วงเงินกู้เพิ่มได้ (Unsecured)

กู้เพิ่มได้ = (รายได้ × 60%) − หนี้รวม

ค่านี้คือจำนวนเงินสูงสุดที่ ธนาคารอาจอนุมัติสินเชื่อส่วนบุคคลเพิ่ม สำหรับสินเชื่อบ้านจะใช้เกณฑ์เข้มงวดกว่า (ประมาณ 40%) ส่วนสินเชื่อรถจะใช้เกณฑ์ 30-40%

ข้อสมมติฐานและข้อควรระวัง

  • ใช้ รายได้ก่อนหักภาษี (Gross Income) ไม่ใช่เงินเดือนที่ได้รับสุทธิ
  • รายได้ฟรีแลนซ์ธนาคารมัก เฉลี่ย 3-6 เดือน และอาจลด 20-30%
  • โบนัสต้อง เฉลี่ยต่อเดือน ไม่ใช่ใส่ยอดเต็มปี
  • บัตรเครดิตใช้ ยอดขั้นต่ำ (3% หรือ 500 บาท) ไม่ใช่ยอดที่ตัวเองจ่ายจริง
  • ค่าเช่าบ้าน นับรวมในภาระหนี้ เพราะเป็นรายจ่ายประจำ
  • ถ้ารายได้เป็น 0 จะคำนวณ DTI ไม่ได้ ต้องใส่ตัวเลขก่อน

เคล็ดลับปรับ DTI ให้ผ่านเกณฑ์

  • ลดบัตรเครดิตก่อนยื่นกู้ — จ่ายเต็มยอด ไม่ใช่ขั้นต่ำ ลด DTI ได้มากที่สุด
  • รีไฟแนนซ์หนี้ — รวมหนี้หลายก้อนเป็นก้อนเดียว อัตราต่ำลง
  • ปิดสินเชื่อที่ไม่ได้ใช้ — วงเงินว่างก็นับเป็นภาระในสายตาธนาคาร
  • เพิ่มรายได้เสริม — ฟรีแลนซ์ ขายของออนไลน์ อัพรายได้เฉลี่ย
  • รอ 3-6 เดือน — ปรับพฤติกรรมการเงินให้เห็นในเครดิตบูโร
  • หลีกเลี่ยงกู้ใหม่ระหว่างรอ — อย่าเปิดบัตรใหม่หรือผ่อนสินค้าเพิ่ม

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

DTI กับเครดิตสกอร์ต่างกันยังไง?

DTI คือสัดส่วนหนี้ต่อรายได้ เป็นตัวเลขที่ธนาคารคำนวณจากรายได้และภาระปัจจุบัน ส่วนเครดิตสกอร์ (NCB Credit Score) คือคะแนนความน่าเชื่อถือจากประวัติการชำระหนี้ย้อนหลัง 6 เดือนขึ้นไป ทั้งสองค่าธนาคารดูคู่กัน แต่เป็นคนละเรื่อง DTI สูง = กู้ยาก เครดิตสกอร์ต่ำ = กู้ยาก

ค่าเช่าบ้านต้องนับใน DTI ไหม?

นับ ค่าเช่าเป็นภาระรายเดือนที่ธนาคารพิจารณา แม้ไม่ใช่หนี้ทางการเงิน แต่ลดความสามารถในการผ่อนชำระ ถ้าเช่า 15,000 บาท/เดือน กับเงินเดือน 40,000 บาท ค่าเช่ากิน 37.5% ของรายได้ทันที จะเหลือวงเงินกู้น้อยลงตามไปด้วย

ฟรีแลนซ์รายได้ 50,000 ธนาคารคิดเท่าไหร่?

ธนาคารจะเฉลี่ยรายได้ฟรีแลนซ์ 3-6 เดือน แล้ว ลดอีก 20-30% เพราะถือว่าไม่แน่นอน ถ้าเฉลี่ยได้ 50,000 ธนาคารอาจนับเป็น 35,000-40,000 บาทเท่านั้น ถ้ามีเงินเดือนประจำควบคู่ ตัวเลขจะดีขึ้นมาก

DTI 60% คืออะไร เกินแล้วกู้ไม่ได้เลย?

60% คือเพดานที่ BOT กำหนดสำหรับสินเชื่อส่วนบุคคล (Unsecured) ถ้า DTI เกิน 60% ธนาคารส่วนใหญ่จะปฏิเสธการอนุมัติสินเชื่อส่วนบุคคลใหม่ แต่สินเชื่อบ้านและรถยังมีเกณฑ์แยก (40% / 30-40%) ทั้งนี้ขึ้นกับนโยบายแต่ละธนาคาร

ต้องจ่ายบัตรเครดิตเต็มจำนวนก่อนยื่นกู้ไหม?

ไม่จำเป็น แต่ช่วยได้มาก ถ้ายังมียอดค้างบัตรเครดิต ธนาคารจะนับยอดขั้นต่ำ (3% หรือ 500 บาท) เป็นภาระ ถ้าปิดยอดบัตรให้หมดก่อนยื่นกู้ DTI จะลดลงทันที ไม่ต้องรอ 6 เดือน

ใช้ค่าเช่าปัจจุบันหรือค่าเช่าในอนาคต?

ใช้ค่าเช่าปัจจุบัน ถ้าวางแผนจะซื้อบ้านแล้วเลิกเช่า ควรคำนวณ DTI แบบ "ไม่มีค่าเช่า" เพื่อดูว่าหลังซื้อบ้าน DTI จะเป็นเท่าไหร่ เพราะค่าผ่อนบ้านจะมาแทนค่าเช่า

DTI 0% หมายความว่ายังไง?

DTI 0% คือไม่มีหนี้และไม่มีค่าเช่าเลย ซึ่งหายากในชีวิตจริง แต่ถ้าเป็นไปได้ ธนาคารจะพิจารณาอนุมัติสินเชื่อใหม่ได้เต็มที่ เพราะมีกำลังในการผ่อนสูงสุด

ลองใส่ตัวเลขรายได้และภาระหนี้ของคุณด้านบนเพื่อดู DTI และวงเงินกู้เพิ่มได้ทันที ที่ savcurv.com มีเครื่องมือคำนวณการเงินอีกหลายตัวให้ลองใช้

โฆษณา

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ "นโยบายความเป็นส่วนตัว" และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ "จัดการคุ๊กกี้"

ข้อมูลที่ได้และใช้ประมวลผลจากการใช้คุกกี้นั้น ไม่มีการระบุชื่อ หรือบ่งบอกความเป็นตัวตนของท่านได้ อีกทั้งไม่มีการเก็บข้อมูลจำเพาะบุคคลเช่น ชื่อ อีเมล เป็นต้น และใช้เป็นข้อมูลทางสถิติเท่านั้น