เช็คว่าหนี้เยอะเกินไปหรือยัง ธนาคารจะอนุมัติกู้เพิ่มหรือไม่
เลื่อนเมาส์หรือแตะเพื่อดูรายละเอียด
ธนาคารอาจลด 20-30% จากยอดนี้
ถ้ากำลังจะขอ สินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถ หรือสินเชื่อส่วนบุคคล ธนาคารจะดูตัวเลขหนึ่งเป็นอันดับแรก ๆ นั่นคือ Debt-to-Income Ratio (DTI) หรืออัตราส่วนหนี้ต่อรายได้ ยิ่ง DTI สูง ยิ่งกู้ยาก ยิ่งดอกเบี้ยแพง
DTI คำนวณง่ายมาก: เอา ภาระหนี้ทั้งหมดต่อเดือน หารด้วย รายได้ก่อนหักภาษีต่อเดือน คูณ 100 ออกมาเป็นเปอร์เซ็นต์ ตัวเลขนี้บอกธนาคารว่าเรามี "ความสามารถในการผ่อน" เหลืออีกแค่ไหน เครื่องมือนี้ช่วยคำนวณ DTI พร้อมประเมินว่าธนาคารจะอนุมัติหรือไม่
ธนาคารแห่งประเทศไทย (BOT) กำหนดกรอบ DTI ไว้ชัดเจน:
ถ้า DTI เกิน 60% ธนาคารส่วนใหญ่จะไม่อนุมัติสินเชื่อใหม่ เพราะถือว่ามีความเสี่ยงที่จะผิดนัดชำระหนี้ การรู้ DTI ของตัวเองล่วงหน้าช่วยให้วางแผนก่อนยื่นกู้ ไม่เสียเวลา ไม่เสียเครดิตจากการถูกปฏิเสธ
กรอกรายได้ทุกประเภทที่ได้ต่อเดือน:
รวมค่าผ่อนทุกก้อนที่จ่ายต่อเดือน:
เครื่องมือจะคำนวณ:
หนี้รวม: 21,500 บาท DTI: 43% สถานะ: "เหลือง — กู้เพิ่มได้ แต่ระมัดระวัง" วงเงินกู้เพิ่มได้อีก: 8,500 บาท/เดือน
DTI: 0% สถานะ: "ผ่านเกณฑ์ — กู้ได้เต็มที่" วงเงินกู้เพิ่มได้: 24,000 บาท/เดือน (60% ของ 40K)
หนี้รวม: 21,000 บาท DTI: 70% สถานะ: "ไม่ผ่านเกณฑ์ — ต้องลดหนี้ก่อน" เกินเพดานไป 3,000 บาท
DTI จากตัวเลขเต็ม: 25% แต่ธนาคารอาจคิดรายได้ฟรีแลนซ์แค่ 70% → ฐานรายได้ที่ธนาคารใช้ ≈ 28,000 DTI ที่ธนาคารเห็น: 35.7%
DTI (%) = (หนี้รวมต่อเดือน ÷ รายได้ก่อนหักภาษีต่อเดือน) × 100
| DTI | สถานะ | ความหมาย |
|---|---|---|
| ≤ 40% | เขียว — ผ่านเกณฑ์ | กู้เพิ่มได้เต็มที่ |
| 40-50% | เหลือง — ระมัดระวัง | กู้ได้แต่ต้องบริหารรายได้ดี |
| 50-60% | ส้ม — ใกล้เพดาน | กู้เพิ่มยาก บางธนาคารปฏิเสธ |
| > 60% | แดง — ไม่ผ่าน | เกินกรอบ BOT ต้องลดหนี้ก่อน |
กู้เพิ่มได้ = (รายได้ × 60%) − หนี้รวม
ค่านี้คือจำนวนเงินสูงสุดที่ ธนาคารอาจอนุมัติสินเชื่อส่วนบุคคลเพิ่ม สำหรับสินเชื่อบ้านจะใช้เกณฑ์เข้มงวดกว่า (ประมาณ 40%) ส่วนสินเชื่อรถจะใช้เกณฑ์ 30-40%
DTI คือสัดส่วนหนี้ต่อรายได้ เป็นตัวเลขที่ธนาคารคำนวณจากรายได้และภาระปัจจุบัน ส่วนเครดิตสกอร์ (NCB Credit Score) คือคะแนนความน่าเชื่อถือจากประวัติการชำระหนี้ย้อนหลัง 6 เดือนขึ้นไป ทั้งสองค่าธนาคารดูคู่กัน แต่เป็นคนละเรื่อง DTI สูง = กู้ยาก เครดิตสกอร์ต่ำ = กู้ยาก
นับ ค่าเช่าเป็นภาระรายเดือนที่ธนาคารพิจารณา แม้ไม่ใช่หนี้ทางการเงิน แต่ลดความสามารถในการผ่อนชำระ ถ้าเช่า 15,000 บาท/เดือน กับเงินเดือน 40,000 บาท ค่าเช่ากิน 37.5% ของรายได้ทันที จะเหลือวงเงินกู้น้อยลงตามไปด้วย
ธนาคารจะเฉลี่ยรายได้ฟรีแลนซ์ 3-6 เดือน แล้ว ลดอีก 20-30% เพราะถือว่าไม่แน่นอน ถ้าเฉลี่ยได้ 50,000 ธนาคารอาจนับเป็น 35,000-40,000 บาทเท่านั้น ถ้ามีเงินเดือนประจำควบคู่ ตัวเลขจะดีขึ้นมาก
60% คือเพดานที่ BOT กำหนดสำหรับสินเชื่อส่วนบุคคล (Unsecured) ถ้า DTI เกิน 60% ธนาคารส่วนใหญ่จะปฏิเสธการอนุมัติสินเชื่อส่วนบุคคลใหม่ แต่สินเชื่อบ้านและรถยังมีเกณฑ์แยก (40% / 30-40%) ทั้งนี้ขึ้นกับนโยบายแต่ละธนาคาร
ไม่จำเป็น แต่ช่วยได้มาก ถ้ายังมียอดค้างบัตรเครดิต ธนาคารจะนับยอดขั้นต่ำ (3% หรือ 500 บาท) เป็นภาระ ถ้าปิดยอดบัตรให้หมดก่อนยื่นกู้ DTI จะลดลงทันที ไม่ต้องรอ 6 เดือน
ใช้ค่าเช่าปัจจุบัน ถ้าวางแผนจะซื้อบ้านแล้วเลิกเช่า ควรคำนวณ DTI แบบ "ไม่มีค่าเช่า" เพื่อดูว่าหลังซื้อบ้าน DTI จะเป็นเท่าไหร่ เพราะค่าผ่อนบ้านจะมาแทนค่าเช่า
DTI 0% คือไม่มีหนี้และไม่มีค่าเช่าเลย ซึ่งหายากในชีวิตจริง แต่ถ้าเป็นไปได้ ธนาคารจะพิจารณาอนุมัติสินเชื่อใหม่ได้เต็มที่ เพราะมีกำลังในการผ่อนสูงสุด
ลองใส่ตัวเลขรายได้และภาระหนี้ของคุณด้านบนเพื่อดู DTI และวงเงินกู้เพิ่มได้ทันที ที่ savcurv.com มีเครื่องมือคำนวณการเงินอีกหลายตัวให้ลองใช้
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ "นโยบายความเป็นส่วนตัว" และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ "จัดการคุ๊กกี้"