กราฟเปรียบเทียบผลตอบแทน
ผลตอบแทนก่อนหักภาษี vs หลังหักภาษี ต่อหุ้น
หุ้น 1
สูงสุด
ผลตอบแทนก่อนหักภาษี:
0.00%
ผลตอบแทนหลังหักภาษี:
0.00%
เงินปันผลต่อปี:
0 บาท
หลังหักภาษี:
0 บาท
อัตราจ่ายปันผล (Payout Ratio):
—
หุ้น 2
สูงสุด
ผลตอบแทนก่อนหักภาษี:
0.00%
ผลตอบแทนหลังหักภาษี:
0.00%
เงินปันผลต่อปี:
0 บาท
หลังหักภาษี:
0 บาท
อัตราจ่ายปันผล (Payout Ratio):
—
หุ้น 3
สูงสุด
ผลตอบแทนก่อนหักภาษี:
0.00%
ผลตอบแทนหลังหักภาษี:
0.00%
เงินปันผลต่อปี:
0 บาท
หลังหักภาษี:
0 บาท
อัตราจ่ายปันผล (Payout Ratio):
—
คาดการณ์รวมเงินปันผล (ปี 10)
รวมก่อนหักภาษี:
0 บาท
รวมหลังหักภาษี:
0 บาท
ปันผลหุ้นคืออะไร ทำไมนักลงทุน SET ต้องดู Dividend Yield
หลายคนเลือกหุ้นจากราคาที่ถูก หรือจากกระแสข่าว แต่อีกมุมหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือ ปันผล เพราะหุ้น SET หลายตัวจ่ายปันผลเป็นเงินสดกลับมาให้ผู้ถือทุกปี ยิ่งถ้าหุ้นตัวนั้นมี Dividend Yield สูงและจ่ายสม่ำเสมอ เท่ากับว่าเราได้กระแสเงินสดคืนระหว่างถือหุ้น ไม่ต้องรอขายทำกำไรอย่างเดียว
เครื่องมือคำนวณเงินปันผลหุ้นของ savcurv ช่วยให้คุณเปรียบเทียบหุ้นได้สูงสุด 3 ตัวพร้อมกัน ดูทั้งอัตราปันผลก่อนภาษี หลังหักภาษี ณ ที่จ่าย เงินปันผลรายปีที่จะได้รับ และยังคาดการณ์ปันผลในอีก 5/10/20 ปีข้างหน้า ถ้าใส่อัตราเติบโตของปันผลต่อปี
ทำไม Dividend Yield ถึงสำคัญ
- กระแสเงินสดระหว่างถือหุ้น — ไม่ต้องขายหุ้นออก ก็มีเงินเข้าบัญชีปีละ 1-2 ครั้ง
- วัดความถูกของหุ้น — Yield สูงอาจหมายถึงราคาหุ้นตก หรือบริษัทจ่ายปันผลเยอะจริง ต้องดูทั้งสองมุม
- เปรียบเทียบหุ้นต่างกลุ่ม — หุ้นสื่อสาร หุ้นธนาคาร หุ้นพลังงาน มีนโยบายปันผลต่างกัน
- เครื่องมือคัดกรองหุ้นปันผล — เริ่มจาก SET ที่จ่ายปันผลสม่ำเสมอ 3-5 ปีติด
- วางแผนกระแสเงินสดระยะยาว — รู้ว่าถ้าถือ 10 ปี จะได้ปันผลรวมเท่าไหร่ พร้อมปัจจัยเติบโต
ข้อควรระวังคือ Yield สูงอย่างเดียวไม่พอ ต้องดูด้วยว่าบริษัทยังมีกำไรและจ่ายได้ต่อในอนาคต เพราะบางครั้งราคาหุ้นตกจน Yield พุ่งขึ้นใน 1 ปี แต่ปีถัดไปบริษัทอาจหยุดจ่ายปันผล
วิธีใช้เครื่องมือคำนวณเงินปันผล savcurv
- กรอกหุ้นตัวที่ 1 — ใส่ราคาหุ้นปัจจุบัน, เงินปันผลต่อหุ้นต่อปี (DPS), จำนวนหุ้นที่ถือ
- เพิ่มหุ้นตัวที่ 2 และ 3 — กดปุ่มเปรียบเทียบหลายหุ้น เพื่อดู Yield เทียบกัน
- เลือกอัตราภาษี ณ ที่จ่าย — หุ้นไทยหัก 10% โดยปกติ แต่ถ้าถือครองต่างประเทศอาจต่างกัน
- ใส่อัตราเติบโตปันผลต่อปี (g) — ถ้าไม่ใส่ จะคิดแบบไม่โต ใส่ 3-5% ตามประวัติบริษัทจะสมจริงขึ้น
- เลือกระยะเวลาคาดการณ์ — 5 ปี, 10 ปี หรือ 20 ปี
- ดูผลลัพธ์ — Yield ก่อน/หลังภาษี, เงินปันผลรายปี, เงินปันผลสะสม, fair value จาก DCF
ถ้ามี EPS ของหุ้นตัวนั้น ใส่เพิ่มในช่อง Payout Ratio ระบบจะคำนวณว่าบริษัทจ่ายปันผลเป็นกี่ % ของกำไร หุ้นที่ดีมักมี Payout Ratio 40-70%
ตัวอย่างการคำนวณ Dividend Yield
สมมติคุณเลือกหุ้นไทย 3 ตัว:
| หุ้น | ราคา/หุ้น | DPS/ปี | จำนวนหุ้น |
|---|
| ADVANC | 200 บาท | 7.20 บาท | 1,000 |
| SCB | 110 บาท | 5.50 บาท | 1,000 |
| PTT | 35 บาท | 1.80 บาท | 5,000 |
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 10% ไม่ใส่อัตราเติบโต เปรียบเทียบ 10 ปี:
- ADVANC — Yield 3.60%/ปี, หลังภาษี 3.24% เงินปันผล 7,200 บาท/ปี → 10 ปี ≈ 72,000 บาท
- SCB — Yield 5.00%/ปี, หลังภาษี 4.50% เงินปันผล 5,500 บาท/ปี → 10 ปี ≈ 55,000 บาท
- PTT — Yield 5.14%/ปี, หลังภาษี 4.63% เงินปันผล 9,000 บาท/ปี → 10 ปี ≈ 90,000 บาท
ถ้าดูเฉพาะ Yield PTT สูงสุด แต่ต้องดูความเสี่ยงด้วย เพราะ PTT เป็นหุ้นพลังงาน ราคาผันผวนมากกว่า SCB ส่วน ADVANC ให้เงินปันผลน้อยกว่า แต่ธุรกิจทรงตัว
สูตรคำนวณ Dividend Yield ที่ใช้ในเครื่องมือ
- Dividend Yield (%) = (DPS ÷ ราคาหุ้น) × 100
- เงินปันผลรายปี = DPS × จำนวนหุ้นที่ถือ
- ปันผลหลังภาษี = เงินปันผลรายปี × (1 − 0.10)
- Yield หลังภาษี = Yield ก่อนภาษี × (1 − 0.10)
- Payout Ratio = (DPS ÷ EPS) × 100
- ปันผลในอนาคตปีที่ n = DPS × จำนวนหุ้น × (1 + g)n
- ปันผลสะสม N ปี = Σ DPS × จำนวนหุ้น × (1 + g)i ตั้งแต่ i = 1 ถึง N
- มูลค่าที่เหมาะสม (Zero-growth DCF) = เงินปันผลรายปี ÷ ผลตอบแทนที่ต้องการ (ค่าเริ่มต้น 8%)
โมเดล Gordon Growth แบบง่ายนี้ เหมาะกับหุ้นที่จ่ายปันผลสม่ำเสมอ และเติบโตในอัตราคงที่ ถ้าหุ้นมีการเติบโตของปันผลผันผวนมาก ควรใช้อัตรา g ที่ conservative เช่น 0-3%
สมมติฐานและข้อจำกัดของเครื่องมือ
- ไม่รวมค่าธรรมเนียมโบรกเกอร์ — ซื้อขายจริงจะเสียค่าคอมมิชชั่น ~0.15-0.25%
- ภาษี ณ ที่จ่าย 10% เป็นค่ามาตรฐานหุ้นไทย ถ้าเป็นหุ้นต่างประเทศต้องเช็คอัตราจริง
- อัตราเติบโต g คงที่ — ในความเป็นจริงปันผลอาจหยุดโตหรือลดลงได้
- ไม่รวมเงินปันผลพิเศษ — บางหุ้นจ่ายปันผลพิเศษนอกรอบ ปันผลพิเศษนี้ไม่การันตีว่าจะเกิดซ้ำ
- DCF แบบ zero-growth เป็นการประมาณแบบง่าย ไม่รวมการเติบโตในมูลค่า
- ไม่รวมภาษีรายได้บุคคลธรรมดา — ถ้าปันผลรวมปีเกินเกณฑ์ อาจต้องเสียภาษีเพิ่มตอนยื่น ภ.ง.ด.
ข้อมูล DPS ให้ใช้ตัวเลขจากงบการเงินล่าสุด หรือจากเว็บ SET เพื่อให้ผลคำนวณสมจริงใกล้เคียงความเป็นจริงมากที่สุด
เคล็ดลับเลือกหุ้นปันผลจาก SET
- ดูประวัติจ่ายปันผล 3-5 ปี — หุ้นที่จ่ายต่อเนื่อง ลดความเสี่ยงหยุดจ่าย
- Payout Ratio 40-70% — จ่ายพอดี ไม่น้อยจนดูไม่จริงจัง ไม่มากจนไม่เหลือลงทุน
- Yield 3-7% สำหรับหุ้นไทย — สูงเกิน 10% มักมีความเสี่ยงแฝง
- หุ้นกลุ่มธนาคาร พลังงาน โทรคมนาคม — มักจ่ายปันผลสม่ำเสมอมากกว่ากลุ่มเทคโนโลยี
- หลีกเลี่ยงหุ้นที่เพิ่งปันผลสูงผิดปกติ — อาจเป็นปีสุดท้ายก่อนลด
- กระจายหลายตัว — อย่าเข้มหุ้นปันผลตัวเดียวทั้งพอร์ต เพราะปันผลอาจหยุด
- ใช้เครื่องมือ savcurv เทียบ 3 ตัว — เห็นภาพชัดในหน้าเดียว เปรียบเทียบง่าย
หุ้นปันผลดี ๆ ตัวหนึ่งใน SET ตัวอย่างเช่น PTT SCB BBL AOT CPALL ลองใส่ข้อมูลจริงลงในเครื่องมือเพื่อเปรียบเทียบ Yield และเงินปันผลที่จะได้รับ
ภาษีเงินปันผลหุ้น ต้องยื่น ภ.ง.ด. ด้วยไหม
เงินปันผลหุ้นไทยถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% ไปแล้ว เท่ากับว่าภาษีส่วนใหญ่จบที่นี่ แต่ถ้ารายได้รวมประจำปีเกิน 120,000 บาท (เกณฑ์ลดหย่อน) และมีรายได้ปันผลรวมปีสูง อาจต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.90/91 ให้ถูกต้อง
วิธีคิดคร่าว ๆ: เงินปันผลรวมปี × 10% = ภาษีที่ถูกหักไปแล้ว ถ้ามีใบหักภาษีจากโบรกเกอร์ เก็บไว้เพื่อยื่นเครดิตภาษีตอนสิ้นปี
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับปันผลหุ้น
Dividend Yield สูง ๆ ดีเสมอไหม? ไม่เสมอ ถ้าราคาหุ้นตกจน Yield พุ่ง อาจหมายถึงบริษัทกำลังมีปัญหา ควรดูประวัติจ่ายปันผลและกำไรควบคู่
ปันผลหุ้นไทยหักภาษีกี่ %? หัก ณ ที่จ่าย 10% เป็นมาตรฐาน ส่วนหุ้นต่างประเทศขึ้นกับอัตราของประเทศต้นทาง และอาจมีอนุสัญญาภาษีซ้อน
Payout Ratio สูง ๆ ดีไหม? Payout สูงมาก (>80%) อาจหมายถึงบริษัทแทบไม่เหลือเงินลงทุนขยายธุรกิจ ระยะยาวอาจไม่ยั่งยืน
ปันผลที่จ่ายเป็นหุ้น (Stock Dividend) คิดยังไง? โดยทั่วไปใช้มูลค่าตลาดของหุ้นที่ได้รับ แทนเงินสด แต่เครื่องมือนี้เน้นปันผลเงินสดเป็นหลัก
จ่ายปันผลปีละกี่ครั้ง? หุ้น SET จ่ายปีละ 1 ครั้ง หลังประชุมผู้ถือหุ้น AGM (มี.ค.-พ.ค.) แต่บางตัวอาจจ่ายระหว่างกาล (Interim)
ปันผลสะสมต้องเสียภาษีซ้ำไหม? ไม่ ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 10% เป็นการจบภาษีสำหรับปันผลนั้นแล้ว ไม่ว่าจะถือกี่ปี
Yield 4-5% พอจะเลี้ยงชีพไหม? ถ้ามีพอร์ต 5 ล้านบาท Yield 5% = 250,000 บาท/ปี เฉลี่ยเดือนละ ~20,800 ดูพอใช้จ่ายได้ถ้ามีเงินต้นระดับนี้
ทดลองใส่หุ้นที่คุณสนใจ 3 ตัว เลือกอัตราภาษีและอัตราเติบโต เพื่อเปรียบเทียบ Yield หลังภาษี และเงินปันผลสะสมใน 5/10/20 ปีได้ที่ savcurv.com