ใส่ค่าใช้จ่ายรายเดือน แล้วดูว่าเงินสำรองตอนนี้ครอบคลุมชีวิตได้กี่เดือน พร้อมภาพรวมแบบอ่านง่าย
ดูว่าเงินของคุณไหลไปที่หมวดไหนมากที่สุด
ลากแถบด้านล่างหรือกด preset ด้านบนเพื่อเลือกเป้าหมายที่เหมาะกับชีวิตคุณ
เงินสำรองฉุกเฉิน (Emergency Fund) คือเงินออมที่แยกออกมาจากเงินออมทั่วไปหรือเงินลงทุน เพื่อให้พร้อมใช้ในสถานการณ์ที่คาดไม่ถึง เช่น ตกงาน เจ็บป่วย รถเสีย หลังคารั่ว หรือต้องเดินทางกลับบ้านต่างจังหวัดแบบกะทันหัน หลักการคือให้พอจ่ายค่าใช้จ่ายประจำตัวได้ครบทุกเดือนเป็นเวลา 3-6 เดือนขึ้นไป โดยไม่ต้องไปแตะเงินลงทุนหรือกู้หนี้ยืมสิน
คนไทยจำนวนไม่น้อยรู้สึกว่า "มีเงินออมอยู่แล้ว" แต่พอเกิดเหตุฉุกเฉินจริง ๆ กลับเจอปัญหาว่าเงินออมที่มีอยู่ล็อกอยู่ในกองทุนรวม พันธบัตร หรือประกันสะสมทอง ต้องรอ 7-15 วันกว่าจะถอนได้ หรือมีค่าธรรมเนียมถ้าถอนก่อนกำหนด เงินสำรองฉุกเฉินที่ดีจึงต้องเป็นเงินที่หยิบใช้ได้ภายใน 24-48 ชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นเงินฝากออมทรัพย์หรือบัญชีกระแสรายวัน
ระบบสวัสดิการของไทยครอบคลุมแค่บางส่วน เช่น ประกันสังคมจ่ายค่าชดเชยว่างงานสูงสุด 50% ของค่าจ้าง ไม่เกิน 6 เดือน และใช้ได้เฉพาะคนที่จ่ายเงินสมทบครบ 6 เดือนขึ้นไป ส่วนโรงพยาบาลรัฐให้บริการฟรี แต่ค่าใช้จ่ายแฝง เช่น ค่าเดินทาง ค่าอาหารระหว่างพักรักษา ค่าใช้จ่ายส่วนเกินสำหรับห้องพิเศษ ยังต้องจ่ายเอง
ถ้ามีเงินสำรองฉุกเฉินเพียงพอ คุณจะหลีกเลี่ยงการกู้หนี้เพิ่ม รักษาเครดิตทางการเงินของตัวเอง และวางแผนการลงทุนระยะยาวอย่างสงบใจมากขึ้น เพราะไม่ต้องถอนกองทุนหรือขายหุ้นในช่วงที่ตลาดตก
แยกหมวดหมู่ให้ครบ 7 หมวด ได้แก่ ค่าเช่าหรือค่าผ่อนบ้าน ค่าน้ำค่าไฟค่าอินเทอร์เน็ต ค่าอาหาร ค่าเดินทางหรือน้ำมัน ค่าโทรศัพท์ ค่าประกันและยา และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เครื่องมือจะรวมยอดให้อัตโนมัติ พร้อมแสดงเป็นกราฟวงกลมเพื่อให้เห็นสัดส่วนที่ชัดเจน
ใช้สไลเดอร์ปรับได้ตั้งแต่ 1 ถึง 24 เดือน ค่าเริ่มต้น 6 เดือนเป็นมาตรฐานที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแนะนำ ถ้าเป็นครอบครัวที่มีคนเดียวหรือมีภาระน้อย เลือก 3 เดือนก็พอ ถ้าเป็นครอบครัวที่มีลูกหรือมีสินเชื่อบ้าน แนะนำ 9-12 เดือน
ใส่จำนวนเงินที่เก็บไว้ในบัญชีที่หยิบใช้ได้ทันที เช่น เงินฝากออมทรัพย์ บัญชีกระแสรายวัน หรือเงินสดในบัญชีออมทรัพย์ที่แยกจากกระแสรายวัน อย่านับเงินในกองทุนรวมหรือหุ้น เพราะขายอาจต้องรอ T+2 หรือเสียค่าธรรมเนียม
เครื่องมือจะคำนวณเป้าหมายเงินสำรอง ยอดเงินที่ขาดอีก เปอร์เซ็นต์ความคืบหน้า จำนวนเดือนที่เงินปัจจุบันพอปกป้อง และคำแนะนำตามระดับความคืบหน้า ตั้งแต่เริ่มต้นออมด่วนไปจนถึงระดับเกินเป้า
ลองเปลี่ยนจำนวนเดือนเป้าหมายจาก 6 เป็น 9 หรือ 12 เพื่อดูว่าต้องออมเพิ่มอีกเท่าไหร่ หรือลองลดค่าใช้จ่ายบางหมวดเพื่อดูว่าถ้าตัดงบในส่วนที่ไม่จำเป็น เป้าหมายจะลดลงแค่ไหน
ค่าเช่า 8,000 บาท ค่าน้ำค่าไฟ 2,000 บาท ค่าอาหาร 6,000 บาท ค่าเดินทาง 3,000 บาท ค่าโทรศัพท์ 500 บาท ค่าประกัน 1,000 บาท ค่าใช้จ่ายอื่น 2,000 บาท รวม 22,500 บาทต่อเดือน ตั้งเป้า 6 เดือน ต้องมีเงินสำรอง 135,000 บาท ถ้าตอนนี้ยังไม่มีเลย ควรออมเดือนละ 6,000-7,000 บาท ใช้เวลา 18-22 เดือนถึงจะครบ
ค่าผ่อนบ้าน 25,000 บาท ค่าน้ำค่าไฟ 4,000 บาท ค่าอาหาร 15,000 บาท ค่าเดินทาง 6,000 บาท ค่าโทรศัพท์ 1,500 บาท ค่าประกัน 3,000 บาท ค่าใช้จ่ายอื่น 5,000 บาท รวม 59,500 บาทต่อเดือน ตั้งเป้า 9 เดือน ต้องมีเงินสำรอง 535,500 บาท ถ้ามีอยู่ 200,000 บาท ขาดอีก 335,500 บาท คิดเป็นความคืบหน้า 37% ต้องออมต่อเนื่องอีกประมาณ 3-4 ปี
ค่าเช่า 12,000 บาท ค่าน้ำค่าไฟ 3,000 บาท ค่าอาหาร 10,000 บาท ค่าเดินทาง 4,000 บาท ค่าโทรศัพท์ 1,000 บาท ค่าประกัน 2,000 บาท ค่าใช้จ่ายอื่น 3,000 บาท รวม 35,000 บาทต่อเดือน ตั้งเป้า 6 เดือน ต้องมี 210,000 บาท ถ้ามีอยู่พอดี ความคืบหน้า 100% ถือว่าครบเป้า สามารถย้ายเงินส่วนเกินไปลงทุนระยะยาวหรือออมเกษียณได้เลย
เครื่องมือใช้หลักคำนวณ 3 สูตรหลัก ทำงานเรียงกันอัตโนมัติเมื่อกรอกข้อมูล
| สูตร | สมการ | ความหมาย |
|---|---|---|
| ค่าใช้จ่ายรวม | รวม = บ้าน + น้ำไฟ + อาหาร + เดินทาง + โทรศัพท์ + ประกัน + อื่น ๆ | ค่าใช้จ่ายประจำตัวต่อเดือน |
| เป้าเงินสำรอง | เป้า = รวม × จำนวนเดือน | เงินสำรองที่ควรมี |
| ความคืบหน้า | % = (เงินที่มี ÷ เป้า) × 100 | เช็คว่าใกล้ถึงเป้าแค่ไหน |
| เงินที่ขาด | ขาด = เป้า − เงินที่มี | ยอดที่ต้องออมเพิ่ม |
ปลอกหมด 7 หมวดแล้วเครื่องมือจะคำนวณผลทันที ไม่ต้องกดปุ่มใด ๆ สามารถปรับค่าแล้วเห็นตัวเลขเปลี่ยนแบบ real-time
อยากรู้ว่าตัวเองควรมีเงินสำรองฉุกเฉินเท่าไหร่ ลองใช้เครื่องมือ คำนวณเงินสำรองฉุกเฉิน ของ Savcurv กรอกค่าใช้จ่าย 7 หมวด เลือกจำนวนเดือนที่ต้องการ แล้วดูยอดเป้าหมายพร้อมคำแนะนำปรับเปลี่ยนได้ทันที
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ "นโยบายความเป็นส่วนตัว" และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ "จัดการคุ๊กกี้"