เลื่อนเมาส์หรือแตะเพื่อดูรายละเอียด
FIRE Number คือจำนวนเงินที่ต้องสะสมให้ได้ก่อนหยุดทำงาน แล้วใช้ชีวิตอยู่ได้จากดอกผลของเงินลงทุน โดยไม่ต้องพึ่งเงินเดือน คำว่า FIRE ย่อมาจาก Financial Independence Retire Early หรืออิสรภาพทางการเงินเพื่อเกษียณก่อนอายุ 60
กรอบคิดที่ใช้กันแพร่หลายที่สุดคือ กฎ 4% (4% Rule) จาก Trinity Study ปี 1998 ที่อัปเดตซ้ำหลายรอบ พบว่าถ้าถอนเงินจากพอร์ตการลงทุนไม่เกิน 4% ของเงินต้นต่อปี พอร์ตจะอยู่ได้นานอย่างน้อย 30 ปีในสถานการณ์ตลาดหุ้นสหรัฐย้อนหลังเกือบศตวรรษ หมายความว่า FIRE Number = ค่าใช้จ่ายต่อปี × 25
ยกตัวอย่างง่าย ๆ ถ้าใช้จ่ายเดือนละ 30,000 บาท ค่าใช้จ่ายทั้งปีคือ 360,000 บาท FIRE Number ที่ต้องมีคือ 360,000 × 25 = 9,000,000 บาท เมื่อสะสมถึง 9 ล้านบาท ถอนปีละ 360,000 บาท (เดือนละ 30,000) เงินก้อนจะอยู่ได้นานหลายสิบปี
เครื่องมือคำนวณ FIRE Number ของ Savcurv ช่วยให้เห็นตัวเลขนี้ชัดเจน พร้อมบอกระยะเวลาที่ต้องออม เงินออมต่อเดือนที่ต้องเติม และอัตราการออม (Savings Rate) ว่ากี่เปอร์เซ็นต์ของรายได้
คนไทยจำนวนไม่น้อยเริ่มสนใจเกษียณก่อนอายุ 60 เพราะเห็นปัญหาหลายอย่างในชีวิตจริง
เครื่องมือนี้ไม่ได้สัญญาว่าทุกคนจะเกษียณได้ตอนอายุ 35 แต่ช่วยตั้งเป้าหมายที่เป็นรูปธรรม เห็นตัวเลขว่าต้องเตรียมตัวอย่างไร แล้วค่อย ๆ ปรับแผนตามสถานการณ์จริง
| ผลลัพธ์ | ความหมาย |
|---|---|
| FIRE Number | เงินที่ต้องมีเพื่อเกษียณตามกฎ 4% |
| อัตราการออม (Savings Rate) | เปอร์เซ็นต์รายได้ที่เก็บได้หลังหักค่าใช้จ่าย |
| ปีจนถึง FIRE | ระยะเวลาที่ต้องใช้สะสมจนถึงเป้า |
| เงินออมต่อเดือนที่ต้องการ | จำนวนเงินที่ต้องเติมต่อเดือน |
| ความก้าวหน้าสู่ FIRE | เปอร์เซ็นต์ความสำเร็จเทียบกับเป้าหมาย |
Savings Rate คือสัดส่วนรายได้ที่เหลือหลังหักค่าใช้จ่าย สูตรคำนวณคือ (รายได้ - ค่าใช้จ่าย) ÷ รายได้ × 100 ถ้ารายได้ 50,000 บาท ใช้ 30,000 บาท Savings Rate = (50,000 - 30,000) ÷ 50,000 = 40%
Savings Rate เป็นตัวแปรที่ส่งผลต่อปีจนถึง FIRE มากที่สุด ตารางจาก Mr. Money Mustache แสดงชัดเจนว่า ยิ่งออมได้เยอะ ยิ่งถึงเป้าเร็ว แม้จะเริ่มน้อยหรือเริ่มช้า
| Savings Rate | ปีจนถึง FIRE (ประมาณ) |
|---|---|
| 10% | 51 ปี |
| 25% | 32 ปี |
| 50% | 17 ปี |
| 75% | 7 ปี |
จะเห็นว่าถ้าออมได้ครึ่งหนึ่งของรายได้ จะถึง FIRE ใน 17 ปี ถ้าออมได้ 75% เหลือใช้แค่ 25% จะถึง FIRE ใน 7 ปีเท่านั้น ตัวเลขนี้สมมติว่าได้ผลตอบแทน 5% ต่อปีและค่าใช้จ่ายคงที่
ลองปรับค่าใช้จ่ายตอนเกษียณ เช่น ลดค่าเดินทาง ลดค่ากินข้าวนอกบ้าน เพิ่มตัวเลข Savings Rate ดูว่าเป้าหมายเปลี่ยนยังไง
กรอกค่าใช้จ่าย 30,000 บาท รายได้ 50,000 บาท เงินออม 500,000 บาท ผลตอบแทน 7% อัตราถอน 4% ระบบคำนวณได้
ถ้าเริ่มต้นตอนอายุ 30 ปี จะถึง FIRE ตอนอายุ 47 ปี เร็วกว่าเกษียณอายุ 60 ถึง 13 ปี
กรอกค่าใช้จ่าย 20,000 บาท รายได้ 60,000 บาท เงินออม 1,000,000 บาท ผลตอบแทน 7%
นี่คือสถานการณ์ที่ใช้จ่ายต่ำรายได้สูง Savings Rate สูงมาก ถึง FIRE ใน 9 ปี
กรอกค่าใช้จ่าย 60,000 บาท รายได้ 120,000 บาท เงินออม 3,000,000 บาท ผลตอบแทน 7%
ตัวเลขครอบครัวใหญ่กว่า แต่ถ้ารายได้สูงพอและค่าใช้จ่ายไม่บาน ก็ยังเป็นไปได้
1. FIRE Number (กฎ 4%):
FIRE Number = ค่าใช้จ่ายต่อเดือน × 12 × (100 ÷ อัตราถอน)
ตัวอย่าง: 30,000 × 12 × (100 ÷ 4) = 9,000,000 บาท
ที่มาจาก Trinity Study ที่ทดสอบกับข้อมูลตลาดหุ้นสหรัฐ 1926-1995 พบว่า อัตราถอน 4% เป็น Safe Withdrawal Rate (SWR) ที่พอร์ตอยู่ได้อย่างน้อย 30 ปีในสถานการณ์ 95% ของประวัติศาสตร์ ถ้าอยากปลอดภัยกว่าใช้ 3.5% เป็น FIRE Number จะคูณ 28.6 แทน
2. Savings Rate:
Savings Rate = (รายได้ − ค่าใช้จ่าย) ÷ รายได้ × 100
3. ปีจนถึง FIRE (NPER function):
แก้สมการเงินสะสมทบต้น Future Value of Annuity หาจำนวนงวดที่เงินออมเติบโตถึง FIRE Number
fireNumber = currentSavings × (1 + r)^t + monthlySavings × [((1 + r/12)^(t × 12) − 1) ÷ (r/12)]
หาค่า t (ปี) โดยวิธีลองผิดลองถูกหรือใช้ Excel NPER function
4. เงินออมต่อเดือนที่ต้องเติม (PMT function):
monthlySavings = (fireNumber − currentSavings × (1 + r)^t) × (r/12) ÷ ((1 + r/12)^(t × 12) − 1)
เป็นการคำนวณเงินงวดสม่ำเสมอที่ต้องจ่ายเพื่อให้เงินออมโตจากยอดปัจจุบันไปถึง FIRE Number ในเวลา t ปี
5. ความก้าวหน้าสู่ FIRE:
progress = (currentSavings ÷ fireNumber) × 100
สมมติใช้กฎ 4% อัตราผลตอบแทน 7% สะสมเงิน 20,000 บาทต่อเดือน เปรียบเทียบ 4 ระดับค่าใช้จ่าย
| ค่าใช้จ่าย/เดือน | FIRE Number | ปีจนถึง FIRE (เริ่ม 0) |
|---|---|---|
| 15,000 บาท | 4,500,000 บาท | 12 ปี |
| 25,000 บาท | 7,500,000 บาท | 16 ปี |
| 40,000 บาท | 12,000,000 บาท | 22 ปี |
| 60,000 บาท | 18,000,000 บาท | 28 ปี |
เห็นได้ชัดว่าค่าใช้จ่ายตอนเกษียณส่งผลโดยตรงต่อขนาดเงินก้อนที่ต้องมี ถ้าลดค่าใช้จ่ายลง 10,000 บาทต่อเดือน FIRE Number ลดลง 3 ล้านบาท และถึงเป้าเร็วขึ้นหลายปี
แม้มีข้อจำกัด แต่ 4% เป็นจุดตั้งต้นที่ดีสำหรับการวางแผน ถ้าไม่มั่นใจให้ใช้ 3.5% หรือวางแผนให้มี Safety Margin สำหรับสถานการณ์ไม่คาดคิด
กฎ 4% มาจากข้อมูลตลาดหุ้นสหรัฐเป็นหลัก ตลาดหุ้นไทย (SET) มีประวัติผันผวนกว่าและผลตอบแทนเฉลี่ยต่ำกว่าเล็กน้อย ถ้าใช้กับพอร์ตลงทุนในกองทุนรวมไทยหรือพอร์ตผสมหลายประเทศ ควรใช้อัตราถอนที่ปลอดภัยกว่าเช่น 3.5% หรือมีเงินสำรองเพิ่ม 10-20% จากตัวเลขที่คำนวณได้ เพื่อรองรับความผันผวนของตลาดเกิดใหม่
สำหรับคนทั่วไปที่เพิ่งเริ่ม กองทุนรวมดัชนี (Index Fund) เช่น กองทุนตาม SET TRI หรือกองทุนต่างประเทศ Vanguard Total World ผ่าน บลจ. ในไทย เพียงพอและง่ายกว่า กองทุนรวมกระจายความเสี่ยงให้อัตโนมัติ ค่าธรรมเนียมต่ำ ไม่ต้องเฝ้าจอทุกวัน หุ้นรายตัวเพิ่มความซับซ้อนและความเสี่ยง เหมาะกับคนที่มีเวลาและความรู้พอ
มี 2 วิธีหลัก วิธีแรกคือเพิ่มยอดถอนปีละ 2-3% ตามเงินเฟ้อ (Dynamic Withdrawal) วิธีที่สองคือถอน 4% คงที่แต่ลดงบประมาณค่าใช้จ่ายลงตามภาวะเศรษฐกิจ ส่วนใหญ่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำวิธีแรกเพราะง่ายกว่าและไม่ต้องปรับงบบ่อย แต่ต้องยอมรับว่าปีที่ตลาดร่วงอาจต้องลดค่าใช้จ่าย
ทำได้ทั้งสองแบบ FIRE ไม่ได้บังคับว่าต้องหยุดทำงานทันที หลายคนเลือก Barista FIRE คือเกษียณจากงานประจำ แล้วทำงาน Part-time หรือ Freelance เพื่อเสริมรายได้ ลดการถอนจากพอร์ต บางคนเลือก Fat FIRE คือสะสมเงินให้มากกว่าปกติเพื่อความสบายใจ บางคนเลือก Lean FIRE คือใช้ชีวิตเรียบง่ายเพื่อให้ FIRE Number เล็กลง
ยังทันแต่ต้องปรับแผน ถ้าเริ่มตอนอายุ 40 เหลือเวลา 20 ปีก่อนเกษียณ ต้องเพิ่ม Savings Rate ให้สูงขึ้น อาจต้องลดค่าใช้จ่ายหรือเพิ่มรายได้เสริม ลองใช้เครื่องมือคำนวณเปรียบเทียบว่าถ้าเริ่มตอน 30 vs 40 vs 50 ปี ตัวเลขปีจนถึง FIRE ต่างกันแค่ไหน แม้จะเริ่มช้า การลงทุนต่อเนื่อง 20 ปีก็ยังสร้างเงินก้อนได้มาก เพราะทบต้นช่วงปลายมีน้ำหนักมาก
ดอกเบี้ยเงินฝากต่ำไม่ได้แปลว่า FIRE เป็นไปไม่ได้ เพราะการลงทุนระยะยาวไม่ได้พึ่งดอกเบี้ยเงินฝากอย่างเดียว พอร์ตผสมหุ้นและพันธบัตรให้ผลตอบแทนเฉลี่ยสูงกว่าเงินฝากในระยะยาว หลายคนแยกพอร์ตเป็น 3 ชั้น ชั้นแรกเงินสดและเงินฝากสำหรับค่าใช้จ่าย 3-5 ปี ชั้นสองพันธบัตรหรือกองทุนตราสารหนี้ ชั้นสามหุ้นและกองทุนรวมหุ้นสำหรับการเติบโตระยะยาว
ลองใช้เครื่องมือคำนวณ FIRE Number ของ Savcurv ได้ทันที ปรับค่าใช้จ่าย รายได้ เงินออม แล้วกดคำนวณ เทียบหลายสถานการณ์เพื่อหาแผนที่เหมาะกับชีวิตจริงของคุณ คำนวณได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ "นโยบายความเป็นส่วนตัว" และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ "จัดการคุ๊กกี้"