โฆษณา

คำนวณ FIRE Number เกษียณเร็วต้องมีเงินเท่าไหร่

กราฟผลลัพธ์

เลื่อนเมาส์หรือแตะเพื่อดูรายละเอียด

ข้อมูลการเงินของคุณ




0
อัตราการออม :
0%
ปีจนถึง FIRE :
0
เงินออมต่อเดือนที่ต้องการ :
0
ความก้าวหน้า :
0%
เงินที่ยังขาด :
0

FIRE Number คืออะไร แล้วเกษียณเร็วต้องมีเงินเท่าไหร่

FIRE Number คือจำนวนเงินที่ต้องสะสมให้ได้ก่อนหยุดทำงาน แล้วใช้ชีวิตอยู่ได้จากดอกผลของเงินลงทุน โดยไม่ต้องพึ่งเงินเดือน คำว่า FIRE ย่อมาจาก Financial Independence Retire Early หรืออิสรภาพทางการเงินเพื่อเกษียณก่อนอายุ 60

กรอบคิดที่ใช้กันแพร่หลายที่สุดคือ กฎ 4% (4% Rule) จาก Trinity Study ปี 1998 ที่อัปเดตซ้ำหลายรอบ พบว่าถ้าถอนเงินจากพอร์ตการลงทุนไม่เกิน 4% ของเงินต้นต่อปี พอร์ตจะอยู่ได้นานอย่างน้อย 30 ปีในสถานการณ์ตลาดหุ้นสหรัฐย้อนหลังเกือบศตวรรษ หมายความว่า FIRE Number = ค่าใช้จ่ายต่อปี × 25

ยกตัวอย่างง่าย ๆ ถ้าใช้จ่ายเดือนละ 30,000 บาท ค่าใช้จ่ายทั้งปีคือ 360,000 บาท FIRE Number ที่ต้องมีคือ 360,000 × 25 = 9,000,000 บาท เมื่อสะสมถึง 9 ล้านบาท ถอนปีละ 360,000 บาท (เดือนละ 30,000) เงินก้อนจะอยู่ได้นานหลายสิบปี

เครื่องมือคำนวณ FIRE Number ของ Savcurv ช่วยให้เห็นตัวเลขนี้ชัดเจน พร้อมบอกระยะเวลาที่ต้องออม เงินออมต่อเดือนที่ต้องเติม และอัตราการออม (Savings Rate) ว่ากี่เปอร์เซ็นต์ของรายได้

ทำไมเรื่อง FIRE ถึงเป็นที่พูดถึงในคนไทยวัยทำงาน

คนไทยจำนวนไม่น้อยเริ่มสนใจเกษียณก่อนอายุ 60 เพราะเห็นปัญหาหลายอย่างในชีวิตจริง

  • ค่าครองชีพสูงขึ้นทุกปี: เงินเฟ้อทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ถ้ารอเกษียณอายุ 60 เงินออมอาจไม่พอกับค่าใช้จ่ายตอนนั้น
  • รายได้จากบำนาญไม่พอ: กบข. ประกันสังคม เงินบำนาญราชการ รวมกันได้ไม่ถึง 50% ของเงินเดือนสุดท้าย ถ้าไม่มีเงินออมเพิ่ม ยามเกษียณจะลำบาก
  • อยากใช้ชีวิตตอนร่างกายยังแข็งแรง: หลายคนอยากเดินทาง ทำงานอดิเรก ดูแลครอบครัว ตอนอายุ 40-50 ไม่ใช่รอจนอายุ 65
  • ความเสี่ยงตกงานกลางทาง: ในยุค AI และการปรับโครงสร้างองค์กร ตำแหน่งงานไม่มีใครการันตี ถ้ามีเงินออมพอจะให้ทางเลือกมากขึ้น
  • ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ: คนไทยอายุ 50+ มีค่าใช้จ่ายสุขภาพเพิ่มขึ้น ถ้าเกษียณตอนยังแข็งแรงมีเวลาวางแผนสุขภาพล่วงหน้า

เครื่องมือนี้ไม่ได้สัญญาว่าทุกคนจะเกษียณได้ตอนอายุ 35 แต่ช่วยตั้งเป้าหมายที่เป็นรูปธรรม เห็นตัวเลขว่าต้องเตรียมตัวอย่างไร แล้วค่อย ๆ ปรับแผนตามสถานการณ์จริง

เครื่องมือนี้คำนวณอะไรได้บ้าง

ผลลัพธ์ความหมาย
FIRE Numberเงินที่ต้องมีเพื่อเกษียณตามกฎ 4%
อัตราการออม (Savings Rate)เปอร์เซ็นต์รายได้ที่เก็บได้หลังหักค่าใช้จ่าย
ปีจนถึง FIREระยะเวลาที่ต้องใช้สะสมจนถึงเป้า
เงินออมต่อเดือนที่ต้องการจำนวนเงินที่ต้องเติมต่อเดือน
ความก้าวหน้าสู่ FIREเปอร์เซ็นต์ความสำเร็จเทียบกับเป้าหมาย

อัตราการออม (Savings Rate) คือตัวแปรที่สำคัญที่สุด

Savings Rate คือสัดส่วนรายได้ที่เหลือหลังหักค่าใช้จ่าย สูตรคำนวณคือ (รายได้ - ค่าใช้จ่าย) ÷ รายได้ × 100 ถ้ารายได้ 50,000 บาท ใช้ 30,000 บาท Savings Rate = (50,000 - 30,000) ÷ 50,000 = 40%

Savings Rate เป็นตัวแปรที่ส่งผลต่อปีจนถึง FIRE มากที่สุด ตารางจาก Mr. Money Mustache แสดงชัดเจนว่า ยิ่งออมได้เยอะ ยิ่งถึงเป้าเร็ว แม้จะเริ่มน้อยหรือเริ่มช้า

Savings Rateปีจนถึง FIRE (ประมาณ)
10%51 ปี
25%32 ปี
50%17 ปี
75%7 ปี

จะเห็นว่าถ้าออมได้ครึ่งหนึ่งของรายได้ จะถึง FIRE ใน 17 ปี ถ้าออมได้ 75% เหลือใช้แค่ 25% จะถึง FIRE ใน 7 ปีเท่านั้น ตัวเลขนี้สมมติว่าได้ผลตอบแทน 5% ต่อปีและค่าใช้จ่ายคงที่

วิธีใช้งานทีละขั้น

  1. กรอกค่าใช้จ่ายต่อเดือน: ใส่ค่าใช้จ่ายที่ต้องการใช้ตอนเกษียณ ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายปัจจุบันทั้งหมด ลองคิดว่าตอนไม่ทำงานแล้ว ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าเช่า ประกัน ต้องใช้เท่าไหร่
  2. กรอกรายได้ต่อเดือน: ใส่รายได้สุทธิหลังหักภาษี เพราะเป็นเงินที่ใช้ได้จริง
  3. กรอกเงินออมที่มีอยู่: ใส่เงินออมและเงินลงทุนทั้งหมดที่ใช้เป็นเงินเกษียณ เช่น เงินฝาก กองทุนรวม หุ้น พอร์ต RMF
  4. กรอกอัตราผลตอบแทน: ค่าเริ่มต้น 7% ต่อปี สมมติว่าเป็นพอร์ตกองทุนรวมหุ้นผสม ถ้าอยาก conservative ใช้ 5% ถ้าอยาก aggressive ใช้ 8-10%
  5. ปรับอัตราถอนเงิน: ค่าเริ่มต้น 4% ตามกฎมาตรฐาน ถ้าอยากปลอดภัยกว่านี้ใช้ 3% หรือ 3.5%
  6. กดปุ่มคำนวณ: ระบบจะแสดง FIRE Number ปีจนถึง FIRE เงินออมต่อเดือนที่ต้องเติม และเปอร์เซ็นต์ความก้าวหน้า

ลองปรับค่าใช้จ่ายตอนเกษียณ เช่น ลดค่าเดินทาง ลดค่ากินข้าวนอกบ้าน เพิ่มตัวเลข Savings Rate ดูว่าเป้าหมายเปลี่ยนยังไง

ตัวอย่างการคำนวณจริง

ตัวอย่างที่ 1: พนักงานออฟฟิศ เงินเดือน 50,000 บาท

กรอกค่าใช้จ่าย 30,000 บาท รายได้ 50,000 บาท เงินออม 500,000 บาท ผลตอบแทน 7% อัตราถอน 4% ระบบคำนวณได้

  • FIRE Number: 30,000 × 12 × 25 = 9,000,000 บาท
  • Savings Rate: (50,000 − 30,000) ÷ 50,000 = 40%
  • เงินออมต่อเดือน: 20,000 บาท
  • ปีจนถึง FIRE: ประมาณ 17 ปี
  • ความก้าวหน้า: 500,000 ÷ 9,000,000 = 5.6%

ถ้าเริ่มต้นตอนอายุ 30 ปี จะถึง FIRE ตอนอายุ 47 ปี เร็วกว่าเกษียณอายุ 60 ถึง 13 ปี

ตัวอย่างที่ 2: คนโสด ใช้สบาย ใช้จ่ายน้อย

กรอกค่าใช้จ่าย 20,000 บาท รายได้ 60,000 บาท เงินออม 1,000,000 บาท ผลตอบแทน 7%

  • FIRE Number: 20,000 × 12 × 25 = 6,000,000 บาท
  • Savings Rate: (60,000 − 20,000) ÷ 60,000 = 66.7%
  • ปีจนถึง FIRE: ประมาณ 9 ปี

นี่คือสถานการณ์ที่ใช้จ่ายต่ำรายได้สูง Savings Rate สูงมาก ถึง FIRE ใน 9 ปี

ตัวอย่างที่ 3: ครอบครัว มีลูก 2 คน

กรอกค่าใช้จ่าย 60,000 บาท รายได้ 120,000 บาท เงินออม 3,000,000 บาท ผลตอบแทน 7%

  • FIRE Number: 60,000 × 12 × 25 = 18,000,000 บาท
  • Savings Rate: (120,000 − 60,000) ÷ 120,000 = 50%
  • ปีจนถึง FIRE: ประมาณ 17 ปี

ตัวเลขครอบครัวใหญ่กว่า แต่ถ้ารายได้สูงพอและค่าใช้จ่ายไม่บาน ก็ยังเป็นไปได้

สูตรคำนวณ FIRE ที่ใช้ในเครื่องมือ

1. FIRE Number (กฎ 4%):

FIRE Number = ค่าใช้จ่ายต่อเดือน × 12 × (100 ÷ อัตราถอน)

ตัวอย่าง: 30,000 × 12 × (100 ÷ 4) = 9,000,000 บาท

ที่มาจาก Trinity Study ที่ทดสอบกับข้อมูลตลาดหุ้นสหรัฐ 1926-1995 พบว่า อัตราถอน 4% เป็น Safe Withdrawal Rate (SWR) ที่พอร์ตอยู่ได้อย่างน้อย 30 ปีในสถานการณ์ 95% ของประวัติศาสตร์ ถ้าอยากปลอดภัยกว่าใช้ 3.5% เป็น FIRE Number จะคูณ 28.6 แทน

2. Savings Rate:

Savings Rate = (รายได้ − ค่าใช้จ่าย) ÷ รายได้ × 100

3. ปีจนถึง FIRE (NPER function):

แก้สมการเงินสะสมทบต้น Future Value of Annuity หาจำนวนงวดที่เงินออมเติบโตถึง FIRE Number

fireNumber = currentSavings × (1 + r)^t + monthlySavings × [((1 + r/12)^(t × 12) − 1) ÷ (r/12)]

หาค่า t (ปี) โดยวิธีลองผิดลองถูกหรือใช้ Excel NPER function

4. เงินออมต่อเดือนที่ต้องเติม (PMT function):

monthlySavings = (fireNumber − currentSavings × (1 + r)^t) × (r/12) ÷ ((1 + r/12)^(t × 12) − 1)

เป็นการคำนวณเงินงวดสม่ำเสมอที่ต้องจ่ายเพื่อให้เงินออมโตจากยอดปัจจุบันไปถึง FIRE Number ในเวลา t ปี

5. ความก้าวหน้าสู่ FIRE:

progress = (currentSavings ÷ fireNumber) × 100

เปรียบเทียบค่าใช้จ่ายตอนเกษียณที่ส่งผลต่อ FIRE Number

สมมติใช้กฎ 4% อัตราผลตอบแทน 7% สะสมเงิน 20,000 บาทต่อเดือน เปรียบเทียบ 4 ระดับค่าใช้จ่าย

ค่าใช้จ่าย/เดือนFIRE Numberปีจนถึง FIRE (เริ่ม 0)
15,000 บาท4,500,000 บาท12 ปี
25,000 บาท7,500,000 บาท16 ปี
40,000 บาท12,000,000 บาท22 ปี
60,000 บาท18,000,000 บาท28 ปี

เห็นได้ชัดว่าค่าใช้จ่ายตอนเกษียณส่งผลโดยตรงต่อขนาดเงินก้อนที่ต้องมี ถ้าลดค่าใช้จ่ายลง 10,000 บาทต่อเดือน FIRE Number ลดลง 3 ล้านบาท และถึงเป้าเร็วขึ้นหลายปี

สมมติฐานและข้อจำกัดของกฎ 4%

  • อัตราผลตอบแทนในอดีตไม่การันตีอนาคต: Trinity Study ใช้ข้อมูลตลาดหุ้นสหรัฐเกือบ 70 ปี ตลาดหุ้นไทยและตลาดเกิดใหม่มีประวัติสั้นกว่า ผลตอบแทน 7% อาจ optimistic
  • ไม่หักภาษีและค่าธรรมเนียม: ผลตอบแทนสุทธิหลังหักค่าธรรมเนียมกองทุน ภาษีหัก ณ ที่จ่าย จะต่ำกว่าตัวเลขที่กรอก
  • ไม่หักเงินเฟ้อ: ถ้าหักเงินเฟ้อเฉลี่ย 3% ต่อปี ผลตอบแทนจริงเหลือ 4% ต่อปี ตัวเลขปีจนถึง FIRE จะยาวขึ้น
  • ไม่รวมค่าสุขภาพและการดูแลผู้สูงอายุ: ตอนอายุ 60+ ค่ารักษาพยาบาล ค่าดูแล อาจสูงกว่าปกติ ต้องบวกเพิ่มในค่าใช้จ่ายตอนเกษียณ
  • ลำดับการคืน (Sequence of Returns Risk): ถ้าตลาดร่วงหนักตอนเริ่มเกษียณ ต้องถอน 4% จากพอร์ตที่ลดลง พอร์ตอาจหมดเร็วกว่า 30 ปี
  • ไม่รวมรายได้เสริมหรืองาน Part-time: หลายคนเกษียณแล้วยังทำงานบางส่วน รายได้จากส่วนนี้ลดภาระ FIRE Number

แม้มีข้อจำกัด แต่ 4% เป็นจุดตั้งต้นที่ดีสำหรับการวางแผน ถ้าไม่มั่นใจให้ใช้ 3.5% หรือวางแผนให้มี Safety Margin สำหรับสถานการณ์ไม่คาดคิด

เคล็ดลับลด FIRE Number ให้ถึงเป้าเร็วขึ้น

  • เพิ่ม Savings Rate: ตัวแปรเดียวที่ส่งผลมากที่สุด เพิ่มรายได้เสริม หรือลดค่าใช้จ่าย ดูว่าปีจนถึง FIRE ลดลงกี่ปี
  • ลดค่าใช้จ่ายตอนเกษียณ: ตอนเกษียณไม่ต้องเดินทางไปทำงาน ค่าน้ำมัน ค่ารถ ค่าอาหารกลางวัน จะหายไป ประมาณ 10-20% ได้
  • ลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ Passive Income: หุ้นปันผล กองทุน REITS อสังหาริมทรัพย์ให้เช่า ถ้ามีรายได้จากสินทรัพย์พวกนี้เพิ่ม ลดภาระการถอนจากพอร์ตหลัก
  • ตั้งเป้า Coast FIRE ระหว่างทาง: Coast FIRE คือสะสมเงินให้พอที่จะปล่อยทบต้นต่อจนถึง FIRE ตอนอายุ 60 โดยไม่ต้องเติมอีก ระหว่างนั้นทำงาน Part-time หรือใช้ชีวิตเบาลง
  • เริ่มเร็ว: ผลตอบแทนทบต้นช่วง 20-30 ปีแรกเป็นช่วงที่เงินต้นเพิ่มเร็วที่สุด ถ้าเริ่มตอนอายุ 25 จะได้เปรียบคนเริ่มตอนอายุ 35 มาก
  • อย่าลืมเงินฉุกเฉิน: ก่อนลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง ต้องมีเงินสดสำรอง 6-12 เดือนของค่าใช้จ่าย ป้องกันต้องขายพอร์ตตอนตลาดร่วง
  • ปรับแผนทุกปี: รายได้เปลี่ยน ค่าใช้จ่ายเปลี่ยน เป้าหมายชีวิตเปลี่ยน กลับมากดเครื่องมือคำนวณทุก 6-12 เดือน ดูว่ายังอยู่ในแผนเดิมไหม

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ FIRE

กฎ 4% ใช้ได้กับเงินบาทและตลาดหุ้นไทยไหม?

กฎ 4% มาจากข้อมูลตลาดหุ้นสหรัฐเป็นหลัก ตลาดหุ้นไทย (SET) มีประวัติผันผวนกว่าและผลตอบแทนเฉลี่ยต่ำกว่าเล็กน้อย ถ้าใช้กับพอร์ตลงทุนในกองทุนรวมไทยหรือพอร์ตผสมหลายประเทศ ควรใช้อัตราถอนที่ปลอดภัยกว่าเช่น 3.5% หรือมีเงินสำรองเพิ่ม 10-20% จากตัวเลขที่คำนวณได้ เพื่อรองรับความผันผวนของตลาดเกิดใหม่

ลงทุนแค่กองทุนรวมพอไหม หรือต้องซื้อหุ้นรายตัวด้วย?

สำหรับคนทั่วไปที่เพิ่งเริ่ม กองทุนรวมดัชนี (Index Fund) เช่น กองทุนตาม SET TRI หรือกองทุนต่างประเทศ Vanguard Total World ผ่าน บลจ. ในไทย เพียงพอและง่ายกว่า กองทุนรวมกระจายความเสี่ยงให้อัตโนมัติ ค่าธรรมเนียมต่ำ ไม่ต้องเฝ้าจอทุกวัน หุ้นรายตัวเพิ่มความซับซ้อนและความเสี่ยง เหมาะกับคนที่มีเวลาและความรู้พอ

ถอน 4% ของพอร์ต แต่เงินเฟ้อทำให้ซื้อของได้น้อยลง ต้องปรับยังไง?

มี 2 วิธีหลัก วิธีแรกคือเพิ่มยอดถอนปีละ 2-3% ตามเงินเฟ้อ (Dynamic Withdrawal) วิธีที่สองคือถอน 4% คงที่แต่ลดงบประมาณค่าใช้จ่ายลงตามภาวะเศรษฐกิจ ส่วนใหญ่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำวิธีแรกเพราะง่ายกว่าและไม่ต้องปรับงบบ่อย แต่ต้องยอมรับว่าปีที่ตลาดร่วงอาจต้องลดค่าใช้จ่าย

FIRE แล้วหยุดทำงานเลย หรือยังทำงาน Part-time ได้?

ทำได้ทั้งสองแบบ FIRE ไม่ได้บังคับว่าต้องหยุดทำงานทันที หลายคนเลือก Barista FIRE คือเกษียณจากงานประจำ แล้วทำงาน Part-time หรือ Freelance เพื่อเสริมรายได้ ลดการถอนจากพอร์ต บางคนเลือก Fat FIRE คือสะสมเงินให้มากกว่าปกติเพื่อความสบายใจ บางคนเลือก Lean FIRE คือใช้ชีวิตเรียบง่ายเพื่อให้ FIRE Number เล็กลง

เริ่มออมตอนอายุ 40 ยังทันไหม?

ยังทันแต่ต้องปรับแผน ถ้าเริ่มตอนอายุ 40 เหลือเวลา 20 ปีก่อนเกษียณ ต้องเพิ่ม Savings Rate ให้สูงขึ้น อาจต้องลดค่าใช้จ่ายหรือเพิ่มรายได้เสริม ลองใช้เครื่องมือคำนวณเปรียบเทียบว่าถ้าเริ่มตอน 30 vs 40 vs 50 ปี ตัวเลขปีจนถึง FIRE ต่างกันแค่ไหน แม้จะเริ่มช้า การลงทุนต่อเนื่อง 20 ปีก็ยังสร้างเงินก้อนได้มาก เพราะทบต้นช่วงปลายมีน้ำหนักมาก

ถ้าเศรษฐกิจไทยไม่ดี ดอกเบี้ยเงินฝากต่ำลง FIRE ยังเป็นไปได้ไหม?

ดอกเบี้ยเงินฝากต่ำไม่ได้แปลว่า FIRE เป็นไปไม่ได้ เพราะการลงทุนระยะยาวไม่ได้พึ่งดอกเบี้ยเงินฝากอย่างเดียว พอร์ตผสมหุ้นและพันธบัตรให้ผลตอบแทนเฉลี่ยสูงกว่าเงินฝากในระยะยาว หลายคนแยกพอร์ตเป็น 3 ชั้น ชั้นแรกเงินสดและเงินฝากสำหรับค่าใช้จ่าย 3-5 ปี ชั้นสองพันธบัตรหรือกองทุนตราสารหนี้ ชั้นสามหุ้นและกองทุนรวมหุ้นสำหรับการเติบโตระยะยาว

ลองใช้เครื่องมือคำนวณ FIRE Number ของ Savcurv ได้ทันที ปรับค่าใช้จ่าย รายได้ เงินออม แล้วกดคำนวณ เทียบหลายสถานการณ์เพื่อหาแผนที่เหมาะกับชีวิตจริงของคุณ คำนวณได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง

โฆษณา

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ "นโยบายความเป็นส่วนตัว" และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ "จัดการคุ๊กกี้"

ข้อมูลที่ได้และใช้ประมวลผลจากการใช้คุกกี้นั้น ไม่มีการระบุชื่อ หรือบ่งบอกความเป็นตัวตนของท่านได้ อีกทั้งไม่มีการเก็บข้อมูลจำเพาะบุคคลเช่น ชื่อ อีเมล เป็นต้น และใช้เป็นข้อมูลทางสถิติเท่านั้น