มูลค่าบ้าน vs ดอกเบี้ยรวม vs เงินดาวน์
ผ่อนต่อเดือนที่อัตราดอกเบี้ยต่างกัน
ใส่รายได้และภาระหนี้ ระบบจะประเมินวงเงินกู้และราคาบ้านสูงสุดที่ซื้อได้
ใส่ราคาบ้านที่ต้องการ ระบบจะประเมินรายได้ขั้นต่ำและภาระผ่อนต่อเดือน
คำถามคลาสสิกของคนอยากมีบ้านเป็นของตัวเอง เงินเดือนเท่านี้ กู้บ้านได้เท่าไหร่ และถ้าเจอบ้านหลังนี้ ต้องมีรายได้ขั้นต่ำเท่าไหร่ถึงจะผ่อนไหว เครื่องมือ คำนวณกู้บ้านได้เท่าไหร่ ของ Savcurv ช่วยประเมินวงเงินกู้สูงสุดที่ธนาคารอาจอนุมัติ โดยคำนวณย้อนกลับจากรายได้ ภาระหนี้เดิม อัตราส่วนหนี้ต่อรายได้ (DTI) อัตราดอกเบี้ย ระยะเวลากู้ อายุผู้กู้ และเงินดาวน์ที่เตรียมไว้ ทั้งโหมด "คำนวณจากรายได้" และ "คำนวณจากราคาบ้าน" ให้คำตอบในเสี้ยววินาที
การยื่นกู้บ้านโดยไม่ประเมินตัวเองก่อน เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้คนไทยหลายครอบครัวต้องแบกรับค่างวดเกินกำลัง หรือเสียเวลาวนไปวนมากับใบปฏิเสธสินเชื่อ ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย (BOT) ระบุว่า DTI เกิน 40% เป็นปัจจัยเสี่ยงอันดับต้น ๆ ของการผิดนัดชำระหนี้บ้าน การ คำนวณผ่อนบ้าน ล่วงหน้าช่วยให้
เกณฑ์หลักที่ธนาคารไทยใช้อนุมัติสินเชื่อบ้าน มีอยู่ 4 ตัวแปรสำคัญ ถ้าเข้าใจตัวแปรเหล่านี้ การ คำนวณกำลังผ่อนบ้าน จะตรงกับที่ธนาคารคิดมากขึ้น
ธนาคารส่วนใหญ่ใช้เกณฑ์ค่างวดรวมทุกหนี้ (บ้าน + รถ + บัตรเครดิต + สินเชื่อส่วนบุคคล) ไม่เกิน 40% ของรายได้ต่อเดือน ถ้าเงินเดือน 30,000 บาท ค่าผ่อนบ้านรวมหนี้อื่นต้องไม่เกิน 12,000 บาท/เดือน
ธนาคารมักให้กู้สูงสุด 80-90% ของราคาประเมิน ผู้กู้ต้องมีเงินดาวน์อย่างน้อย 10-20% บ้านหลังที่สองมักต้องดาวน์ 20-30%
ธนาคารกำหนดเงื่อนไข อายุ + ระยะเวลากู้ ≤ 65-70 ปี ถ้าอายุ 45 ปี แม้อยากกู้ 30 ปี ก็กู้ได้จริงไม่เกิน 20 ปี (ตามเกณฑ์อายุ 65 ปี) และเมื่อระยะเวลากู้สั้นลง ค่างวดต่อเดือนจะสูงขึ้น วงเงินกู้สูงสุดจึงลดลงตามไปด้วย
อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านปี 2026 อยู่ที่ประมาณ 6.5-8.5% ต่อปี (อ้างอิง MRR/MLR) โปรโมชันดอกเบี้ยคงที่ 1-3 ปีแรกอยู่ที่ 3.5-5.0% แต่หลังโปรโมชันจะขยับกลับไปอัตราลอยตัว ตัวเลขนี้ส่งผลโดยตรงกับวงเงินกู้สูงสุดที่ธนาคารจะอนุมัติ
เครื่องมือนี้รองรับ 2 โหมดหลัก สลับใช้ได้ตามสถานการณ์
เมื่อกรอกครบ เครื่องมือจะแสดง วงเงินกู้สูงสุด ราคาบ้านสูงสุดที่ซื้อได้ ค่างวดต่อเดือน เงินดาวน์ที่ต้องเตรียม และดอกเบี้ยรวมตลอดสัญญา
เมื่อกดคำนวณ ระบบจะบอกว่า รายได้ขั้นต่ำที่ต้องมี เพื่อให้ธนาคารอนุมัติสินเชื่อบ้านหลังนี้ พร้อมค่างวดจริงและดอกเบี้ยรวม ช่วยตอบคำถามว่า "บ้านหลังนี้เกินตัวไหม"
ตัวอย่างจากข้อมูลจริงที่ผ่านการตรวจสอบสูตรจากสเปคเครื่องมือ Savcurv
DTI 40% ดอกเบี้ย 7% ต่อปี กู้ 30 ปี ดาวน์ 20% อายุ 35 ปี
DTI 40% ดอกเบี้ย 6.5% ต่อปี กู้ 30 ปี ดาวน์ 15% อายุ 30 ปี (อายุปิดบัญชี 70 ปี)
เห็นได้ชัดว่ารายได้สูงขึ้น แต่มีหนี้รถเดิม วงเงินกู้สูงสุดไม่ได้เพิ่มขึ้นเท่ารายได้ เพราะ DTI โดนหักด้วยภาระเดิม
DTI 40% ดอกเบี้ย 8% ต่อปี กู้แค่ 20 ปี (อายุ 45 + 20 = 65 ปี) ดาวน์ 20%
กรณีนี้แสดงให้เห็นว่า อายุมีผลมาก ถ้าอายุเยอะ กู้ได้ไม่นาน วงเงินจึงลดลง
เครื่องมือของเราใช้สูตรมาตรฐานสินเชื่อบ้าน 2 สูตรหลัก
ขั้นที่ 1: หาค่างวดสูงสุดที่ผ่อนได้
ค่างวดสูงสุด = (รายได้ต่อเดือน × DTI%) − ภาระหนี้อื่น
ขั้นที่ 2: แปลงค่างวดเป็นวงเงินกู้ด้วยสูตร PMT ย้อนกลับ
วงเงินกู้ = ค่างวด × ((1 + r)^n − 1) ÷ (r × (1 + r)^n)
โดย r = ดอกเบี้ย/12, n = จำนวนงวด (ปี × 12)
ขั้นที่ 3: บวกกลับเป็นราคาบ้าน
ราคาบ้านสูงสุด = วงเงินกู้ ÷ (1 − เงินดาวน์%)
ขั้นที่ 1: หาวงเงินกู้
วงเงินกู้ = ราคาบ้าน × (1 − เงินดาวน์%)
ขั้นที่ 2: หาค่างวดด้วยสูตร PMT
ค่างวด = วงเงินกู้ × (r × (1 + r)^n) ÷ ((1 + r)^n − 1)
ขั้นที่ 3: หารายได้ขั้นต่ำ
รายได้ขั้นต่ำ = (ค่างวด + ภาระหนี้อื่น) ÷ (DTI%)
ทั้งสองโหมดจะคำนวณ "ระยะเวลากู้จริง" จาก อายุสูงสุดเมื่อปิดบัญชี − อายุผู้กู้ปัจจุบัน แล้วเลือกค่าน้อยสุดระหว่างระยะเวลาที่ตั้งกับระยะเวลาที่อนุญาตตามอายุ
ถ้าดาวน์ 20% ดอกเบี้ย 7% กู้ 30 ปี ไม่มีหนี้อื่น DTI 40% ราคาบ้าน 1,250,000 บาท กู้จริง 1,000,000 บาท ค่างวดประมาณ 6,650 บาท/เดือน เงินเดือนที่ต้องมี ≈ 16,625 บาท หรือถ้าไม่มีดาวน์เลยต้องเงินเดือนสูงกว่านี้ เนื่องจากดอกเบี้ยเป็นภาระมากขึ้น
ถ้าไม่มีหนี้อื่น DTI 40% ดอกเบี้ย 7% กู้ 30 ปี ดาวน์ 20% วงเงินกู้สูงสุด ≈ 2.1 ล้านบาท ราคาบ้านสูงสุดที่ซื้อได้ ≈ 2.6 ล้านบาท ถ้ามีหนี้อื่น 5,000 บาท/เดือน วงเงินจะลดลงเหลือประมาณ 1.4 ล้านบาท ราคาบ้านประมาณ 1.75 ล้านบาท
บ้านราคา 3 ล้านบาท ดาวน์ 10% = 300,000 บาท กู้ 2.7 ล้าน ดาวน์ 20% = 600,000 บาท กู้ 2.4 ล้าน ค่างวดต่อเดือนต่างกันประมาณ 2,700 บาท ดอกเบี้ยรวม 30 ปีต่างกันหลักแสน นอกจากนี้ธนาคารมักคิดอัตราดอกเบี้ย LTV ≤ 80% ต่ำกว่า LTV > 80% อีก 0.25-1.0% ดาวน์ 20% ช่วยประหยัดทั้งค่างวดและอัตราดอกเบี้ย
ถ้าธนาคารใช้เกณฑ์อายุ + ระยะเวลากู้ ≤ 65 ปี อายุ 50 กู้ได้ไม่เกิน 15 ปี ถ้าธนาคารใช้เกณฑ์ ≤ 70 ปี จะกู้ได้ 20 ปี ระยะเวลาสั้นลงทำให้ค่างวดต่อเดือนสูงขึ้นมาก วงเงินกู้สูงสุดจึงลดลงกว่าครึ่งเมื่อเทียบกับการกู้ 30 ปี
ดอกเบี้ยคงที่ 1-3 ปีแรก แล้วลอยตัว ช่วยลดค่างวดช่วงแรก แต่หลังโปรโมชันอาจพุ่งขึ้นได้ แนะนำคำนวณ 2 สถานการณ์ ถ้าใช้ตัวเลขดอกเบี้ยปัจจุบันโดยไม่คิดโปรโมชัน จะเห็นความเสี่ยงที่แท้จริง วงเงินกู้จะเหลือน้อยลงเมื่อดอกเบี้ยขึ้น
เครื่องมือคำนวณตามสูตรทางการเงิน แต่ธนาคารอนุมัติจริงอาจต่ำกว่า เพราะเหตุผลอื่น เช่น อาชีพไม่เสถียร ประวัติเครดิตไม่ดี รายได้ไม่มีหนักฐานชัดเจน อสังหาริมทรัพย์ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ธนาคารไม่อนุญาต หรือคุณสมบัติผู้กู้เข้าเกณฑ์บางข้อไม่ครบ วงเงินที่คำนวณได้จึงเป็น "เพดาน" ไม่ใช่ "ยอดอนุมัติจริง"
เงินดาวน์ขั้นต่ำที่ธนาคารกำหนดมักอยู่ที่ 10-20% แต่แนะนำให้เตรียมไว้อย่างน้อย 20-30% เพราะเงินส่วนต่างที่เกินดาวน์ขั้นต่ำ สามารถนำไปใช้ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ได้ เช่น ค่าโอน ค่าจดจำนอง ค่าตกแต่ง ค่าประกัน ซึ่งรวมแล้วประมาณ 3-7% ของราคาบ้าน
ใช่ เครื่องมือของ Savcurv ใช้สูตรคำนวณค่างวด PMT (Payment) มาตรฐานสากล โดยคำนวณดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก (Reducing Balance) ซึ่งเป็นวิธีที่ธนาคารไทยใช้กันจริง ตัวเลขที่ได้จึงใกล้เคียงกับใบเสนอราคาสินเชื่อที่ธนาคารจะเสนอให้
การ คำนวณกู้บ้านได้เท่าไหร่ เป็นด่านแรกที่ต้องผ่านก่อนยื่นกู้จริง ใช้เวลา 1-2 นาที ป้อนรายได้ หนี้เดิม ดอกเบี้ย อายุ ดาวน์ ก็รู้ทันทีว่าซื้อบ้านหลังไหนได้บ้าง เครื่องมือของเราใช้สูตรมาตรฐานเดียวกับธนาคาร ตัวเลขจึงใกล้เคียงความจริง ลองใส่ตัวเลขของคุณได้เลยบน savcurv.com
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ "นโยบายความเป็นส่วนตัว" และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ "จัดการคุ๊กกี้"