โฆษณา

คำนวณรีไฟแนนซ์สินเชื่อบ้าน คุ้มค่าหรือไม่

เปรียบเทียบสินเชื่อเดิมกับสินเชื่อใหม่ ดูค่าผ่อน ดอกเบี้ยรวม จุดคืนทุน และเงินที่ประหยัดได้แบบอ่านง่าย

กราฟเปรียบเทียบเดิม vs ใหม่

ดูค่าผ่อนต่อเดือนและดอกเบี้ยรวมในมุมเดียว

แตะหรือเลื่อนเมาส์บนแท่งกราฟเพื่อดูรายละเอียด

สินเชื่อเดิม

สินเชื่อใหม่

เคล็ดลับ: รีไฟแนนซ์คุ้มเมื่อดอกเบี้ยใหม่ต่ำลงพอ และคืนทุนจากค่าธรรมเนียมได้เร็วกว่าเวลาที่คุณถือสินเชื่อใหม่จริง

ค่าธรรมเนียมรีไฟแนนซ์

เลือกชุดค่าธรรมเนียมที่ใกล้เคียงสถานการณ์จริง หรือกรอกเอง



ผ่อนต่อเดือนเดิม
0
ผ่อนต่อเดือนใหม่
0
ดอกเบี้ยรวมเดิม
0
ดอกเบี้ยรวมใหม่
0
ประหยัดต่อเดือน
0
คืนทุนใน
0
ประหยัดสุทธิหลังหักค่าธรรมเนียม
0

รีไฟแนนซ์สินเชื่อบ้าน คืออะไร?

รีไฟแนนซ์ คือการย้ายสินเชื่อบ้านจากธนาคารเดิมไปธนาคารใหม่ หรือเจรจาต่อสัญญาใหม่กับธนาคารเดิม โดยมีเป้าหมายหลักคือได้อัตราดอกเบี้ยที่ถ่ำลง ผ่อนต่อเดือนน้อยลง หรือปรับโครงสร้างหนี้ให้เหมาะกับสถานการณ์ปัจจุบัน สำหรับเจ้าของบ้านชาวไทย การรีไฟแนนซ์เป็นหนึ่งในเครื่องมือการเงินที่ใช้กันมากที่สุดเมื่อดอกเบี้ยตลาดปรับตัวลง หรือเมื่อเครดิตของผู้กู้ดีขึ้นจนได้ข้อเสนอที่ดีกว่า

ทำไมคนไทยถึงควรพิจารณาเรื่อง รีไฟแนนซ์?

วงจรอัตราดอกเบี้ยบ้านของไทยผูกกับ MRR (Minimum Retail Rate) ซึ่งเปลี่ยนแปลงทุกไตรมาส สินเชื่อที่ทำไว้เมื่อ 3-5 ปีก่อนอาจมีดอกเบี้ยแพงกว่าท้องตลาดปัจจุบันแบบรู้สึกได้ การคำนวณรีไฟแนนซ์ช่วยให้คุณเห็นตัวเลขจริงว่า

  • ผ่อนต่อเดือนต่างกันเท่าไหร่ — บางเคสประหยัดได้เดือนละ 1,000-3,000 บาท
  • ดอกเบี้ยรวมตลอดสัญญา — เปรียบเทียบยอดจ่ายทั้งหมดแบบเห็นภาพ
  • จุดคืนทุน — ค่าธรรมเนียมที่จ่ายไปจะใช้เวลากี่เดือนถึงจะคืน
  • ประโยชน์สุทธิหลังหักค่าใช้จ่าย — ตัดสินใจด้วยตัวเลข ไม่ใช่ความรู้สึก

วิธีใช้เครื่องมือคำนวณรีไฟแนนซ์

ขั้นตอนที่ 1 — กรอกข้อมูลสินเชื่อเดิม: ใส่ยอดเงินต้นคงเหลือ อัตราดอกเบี้ยปัจจุบัน และระยะเวลาที่เหลือ ระบบจะคำนวณยอดผ่อนต่อเดือนปัจจุบันให้อัตโนมัติ

ขั้นตอนที่ 2 — ใส่ข้อมูลสินเชื่อใหม่: ระบุอัตราดอกเบี้ยใหม่ที่ตกลงกับธนาคารเป้าหมาย รวมถึงระยะเวลาที่ต้องการ

ขั้นตอนที่ 3 — เลือกค่าธรรมเนียม: ใช้ปุ่มลัด "ประเมินราคา" (5,000 บาท), "มาตรฐาน" (15,000 บาท + 0.06% ของยอดเงินต้น), หรือ "กำหนดเอง" เพื่อใส่ตัวเลขจริงที่ธนาคารเสนอ

ขั้นตอนที่ 4 — กดคำนวณ: ดูผลลัพธ์ทั้งหมด ทั้งยอดประหยัดต่อเดือน จุดคืนทุน และคำแนะนำว่า "คุ้มค่ามาก / คุ้มค่า / พิจารณา / ไม่คุ้มค่า"

ตัวอย่างจริง: รีไฟแนนซ์สินเชื่อ 2 ล้านบาท

สถานการณ์: คุณมีสินเชื่อบ้านคงเหลือ 2,000,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 5.5% ต่อปี เหลือระยะเวลา 20 ปี ผ่อนอยู่เดือนละ 13,758 บาท

ข้อเสนอใหม่: ธนาคารใหม่เสนอ 4.0% ระยะเวลา 20 ปี ค่าธรรมเนนรวม 25,000 บาท

รายการสินเชื่อเดิมสินเชื่อใหม่
อัตราดอกเบี้ย5.5%4.0%
ผ่อนต่อเดือน13,758 บาท12,120 บาท
ดอกเบี้ยรวมตลอดสัญญา~1,302,000 บาท~909,000 บาท
ประหยัดต่อเดือน~1,638 บาท
ประหยัดดอกเบี้ยรวม~393,000 บาท
ค่าธรรมเนียมรีไฟแนนซ์25,000 บาท
จุดคืนทุน~16 เดือน
ประหยัดสุทธิ~368,000 บาท

สรุป: คุ้มค่ามาก คืนทุนภายใน 16 เดือน หลังจากนั้นประหยัดเดือนละ 1,638 บาทไปตลอดอายุสัญญา ดอกเบี้ยรวมตลอดสัญญาลดลงเกือบ 400,000 บาท

สูตรคำนวณเบื้องหลังเครื่องมือ

PMT = P × [r(1+r)^n] / [(1+r)^n − 1]

โดย P = เงินต้นคงเหลือ, r = อัตราดอกเบี้ยต่อเดือน (รายปี ÷ 12), n = จำนวนเดือนทั้งหมด

ตัวชี้วัดที่ระบบคำนวณให้

  • จุดคืนทุน (Break-Even) = ค่าธรรมเนียมรีไฟแนนซ์ ÷ ประหยัดต่อเดือน
  • ประหยัดสุทธิ = (ดอกเบี้ยรวมเดิม − ดอกเบี้ยรวมใหม่) − ค่าธรรมเนียม
  • คำแนะนำ: Break-Even < 12 เดือน = "คุ้มค่ามาก" / 12-24 เดือน = "คุ้มค่า" / 24-36 เดือน = "พิจารณา" / > 36 เดือน = "ไม่คุ้มค่า"

ค่าธรรมเนียมรีไฟแนนซ์ในไทย มีอะไรบ้าง?

  • ค่าจดจำนอง: 0.01% ของวงเงิน (ลดราคาชั่วคราวตั้งแต่ เม.ย. 2568 - มิ.ย. 2569, ปกติ 1%)
  • ค่าอากรแสตมป์: 0.05% ของวงเงินกู้ใหม่
  • ค่าประเมินทรัพย์สิน: 2,000 - 5,000 บาท
  • ค่าทนาย/สำนักงาน: 5,000 - 15,000 บาท
  • ประกันอัคคีภัย: 2,000 - 5,000 บาทต่อปี
  • รวมทั่วไป: ~10,000 - 30,000 บาท + 0.06% ของยอดเงินต้น

บางธนาคารจัดโปรโมชั่นยกเว้นค่าธรรมเนียมในช่วงสิ้นปี ถ้าเจอข้อเสนอ "0 บาท" และอัตราดอกเบี้ยใหม่ถูกกว่าเดิม ถือเป็นโอกาสที่ไม่ควรพลาด

ข้อควรระวังและข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ระยะเวลาเหลือน้อย (น้อยกว่า 3 ปี): ค่าธรรมเนียมอาจกินเกินเงินที่ประหยัดได้ทั้งหมด
  • ยืดระยะเวลาออก: ผ่อนต่อเดือนลดลง แต่ดอกเบี้ยรวมอาจเพิ่มเป็นแสน
  • อัตราดอกเบี้ยลอยตัว: ดอกเบี้ยช่วงแรกถูก แต่ปรับขึ้นหลังปีที่ 3-5 ต้องอ่านสัญญาให้ดี
  • ค่าธรรมเนียมแอบแฝง: MRR ของธนาคารใหม่อาจสูงกว่า ทำให้ดอกเบี้ยที่แท้จริงไม่ได้ถูกอย่างที่คิด
  • โอนหลักประกันไม่ได้: ถ้าบ้านติดจำนองอยู่ ต้องไถ่ถอนก่อนแล้วจดใหม่ ใช้เวลา 30-45 วัน

เคล็ดลับก่อนตัดสินใจรีไฟแนนซ์

  • เปรียบเทียบ MRR ของทุกธนาคาร — Bangkok Bank 6.50%, SCB 6.575%, TTB 7.105% (ตัวเลข มี.ค. 2569) ต่างกันครึ่งเปอร์เซ็นต์ส่งผลมหาศาล
  • ลองเจรจากับธนาคารเดิมก่อน — ถ้าคุณเป็นลูกค้าดี ผ่อนตรงเวลา 3-5 ปี ธนาคารมักยอมลดดอกเบี้ยให้
  • รอจังหวะดอกเบี้ยลง — ถ้าธนาคารแห่งประเทศไทยมีแนวโน้มลดดอกเบี้ยนโยบาย จุดคืนทุนจะสั้นลง
  • อย่ารีไฟแนนซ์บ่อย — ถี่เกินไปค่าธรรมเนียมสะสมจนไม่คุ้ม ควรเว้น 3-5 ปี
  • เช็ค LTV ล่าสุด — กฎ LTV เปลี่ยนทุกปี (ปัจจุบันบ้านหลังแรก ≤10 ล้าน LTV 100%)

FAQ — คำถามที่ถูกถามบ่อย

  • รีไฟแนนซ์กี่ครั้งต่อปีถึงจะคุ้ม? ไม่ควรเกิน 1 ครั้งต่อ 3-5 ปี เพราะค่าธรรมเนียมจะสะสมจนกินเงินที่ประหยัด
  • จุดคืนทุนกี่เดือนถึงเรียกว่าดี? ต่ำกว่า 12 เดือน = คุ้มมาก, 12-24 เดือน = คุ้ม, 24-36 เดือน = พิจารณา, เกิน 36 เดือน = ควรหลีกเลี่ยง
  • ดอกเบี้ย MRR-X% ต่างจาก Fixed Rate ยังไง? MRR-X% ลอยตัวตาม MRR ของธนาคาร ส่วน Fixed Rate คงที่ตลอดสัญญา รีไฟแนนซ์แบบ Fixed เหมาะกับคนที่ไม่ชอบความเสี่ยง
  • รีไฟแนนซ์แล้วต้องจดจำนองใหม่มั้ย? ต้องไถ่ถอนจำนองเดิมก่อน แล้วจดจำนองใหม่กับธนาคารใหม่ ใช้เวลาประมาณ 30-45 วัน
  • ค่าจดจำนอง 0.01% ใช้ได้ถึงเมื่อไหร่? มาตรการลดค่าจดจำนองจาก 1% เหลือ 0.01% มีผลถึง มิถุนายน 2569 สำหรับบ้านมูลค่าไม่เกิน 7 ล้านบาท
  • รวมหนี้บัตรเครดิตเข้ากับสินเชื่อบ้านได้มั้ย? ได้ในบางธนาคาร เรียกว่า Cash-out Refinance ดอกเบี้ยถูกกว่าบัตรเครดิต แต่ต้องเช็ค LTV และวงเงิน
  • ติดเครดิตบูโรทำรีไฟแนนซ์ได้มั้ย? ขึ้นกับระดับความเสียหายและนโยบายธนาคาร ส่วนใหญ่ต้องแก้ไขเครดิตก่อน 1-2 ปี

อยากรู้ว่า สินเชื่อบ้านของคุณ คุ้มรีไฟแนนซ์หรือไม่ ใส่ตัวเลขจริงแล้วกดคำนวณได้เลยที่ savcurv.com ระบบจะสรุปทั้งจุดคืนทุน ประหยัดสุทธิ และคำแนะนำแบบเห็นชัดใน 30 วินาที

โฆษณา

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ "นโยบายความเป็นส่วนตัว" และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ "จัดการคุ๊กกี้"

ข้อมูลที่ได้และใช้ประมวลผลจากการใช้คุกกี้นั้น ไม่มีการระบุชื่อ หรือบ่งบอกความเป็นตัวตนของท่านได้ อีกทั้งไม่มีการเก็บข้อมูลจำเพาะบุคคลเช่น ชื่อ อีเมล เป็นต้น และใช้เป็นข้อมูลทางสถิติเท่านั้น