เลื่อนเมาส์หรือแตะเพื่อดูรายละเอียด
แอปคำนวณหายอดผ่อนบ้านต่อเดือน ยอดผ่อนบ้านรวมดอกเบี้ยตลอดการกู้
MRR ไม่รวมส่วนลดจากธนาคาร หากทราบส่วนลดสามารถใส่เองได้
แอปคำนวณหาวงเงินสูงสุดที่เราสามารถกู้ได้จากรายได้ และความสามารถในการผ่อนบ้านต่อเดือน
สินเชื่อบ้าน (Mortgage) คือเงินกู้ระยะยาวจากธนาคารที่ใช้บ้านหรือที่ดินเป็นหลักประกัน ระยะเวลาผ่อนทั่วไป 20-30 ปี ดอกเบี้ยคิดแบบลดต้นลดดอก คือช่วงแรกดอกเบี้ยจะเยอะและเงินต้นลดช้า พอผ่อนไปหลายปีสัดส่วนดอกจะค่อย ๆ ลดลงเรื่อย ๆ
ก่อนเซ็นสัญญากู้ซื้อบ้าน สิ่งที่คนไทยหลายคนมองข้ามคือคำนวณตัวเลขจริงก่อนว่า
เครื่องมือคำนวณสินเชื่อบ้านของ Savcurv ช่วยตอบคำถามทั้งสองด้านในที่เดียว ทั้งคำนวณย้อนกลับว่าราคาบ้านเท่านี้ต้องผ่อนเดือนละเท่าไหร่ และคำนวณล่วงหน้าว่ารายได้เท่านี้กู้ได้สูงสุดเท่าไหร่
เครื่องมือนี้แบ่งเป็น 2 โหมดหลัก ตรงกับคำถามที่คนจะกู้บ้านต้องเจอ
| โหมด | คำถามที่ตอบ | สิ่งที่ต้องกรอก | สิ่งที่ได้คำตอบ |
|---|---|---|---|
| หาค่าผ่อนบ้านต่อเดือน | ซื้อบ้านราคานี้ต้องผ่อนเดือนละเท่าไหร่ | ราคาบ้าน, เงินดาวน์, อัตราดอกเบี้ย, ระยะเวลากู้ | ค่าผ่อนต่อเดือน, ยอดรวมตลอดสัญญา, ยอดไม่รวมดอกเบี้ย, ตารางผ่อนรายเดือน |
| หาวงเงินกู้บ้านสูงสุด | รายได้เท่านี้กู้บ้านได้สูงสุดเท่าไหร่ | รายได้, อัตราดอกเบี้ย, ระยะเวลากู้, DSR, ภาระหนี้เดิม | วงเงินกู้สูงสุด, ค่าผ่อนต่อเดือนสูงสุดที่ผ่อนไหว |
ดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านในไทยมีหลายเรท MRR, MLR, MOR และโปรโมชันลดดอกเบี้ยปีแรก เครื่องมือนี้ดึงอัตราดอกเบี้ย MRR ล่าสุดของธนาคารหลักมาให้เลือกในดรอปดาวน์ ถ้ามีส่วนลดจากธนาคารสามารถกรอกอัตราจริงที่ใช้คำนวณเองได้ในช่อง %
เครื่องมือคำนวณสินเชื่อบ้านเหมาะกับหลายสถานการณ์ในชีวิตจริง
ถ้าต้องการลองหลายสถานการณ์ เปลี่ยนแค่อัตราดอกเบี้ยหรือระยะเวลากู้ แล้วกดคำนวณใหม่ได้เลย
สมมติซื้อบ้านราคา 4,000,000 บาท จ่ายดาวน์ 500,000 บาท เหลือเงินกู้ 3,500,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 6.00% ต่อปี กู้ 30 ปี
ระบบจะคำนวณค่าผ่อนต่อเดือนออกมาประมาณ 20,994 บาท ยอดผ่อนรวมตลอด 30 ปีประมาณ 7,557,800 บาท ซึ่งแปลว่าดอกเบี้ยสะสมประมาณ 4,057,800 บาท หรือเกือบเท่าตัวของเงินกู้
ถ้าลดระยะเวลากู้เหลือ 20 ปี ค่าผ่อนต่อเดือนจะขึ้นเป็นประมาณ 25,029 บาท แต่ยอดรวมตลอดสัญญาจะลดลงเหลือประมาณ 6,007,000 บาท ประหยัดดอกเบี้ยได้ประมาณ 1.5 ล้านบาท
กรอกรายได้ 50,000 บาท ภาระหนี้ 5,000 บาท DSR 40% ดอกเบี้ย 6.00% ระยะเวลา 30 ปี ระบบจะคำนวณว่า
แปลว่าซื้อบ้านได้สูงสุดประมาณ 2.5 ล้านบาท (ถ้าดาวน์ 20%) ทั้งนี้ธนาคารจะประเมินความน่าเชื่อถือเพิ่ม เช่น ประวัติเครดิต อายุงาน รายได้คงที่
โหมดหาค่าผ่อนบ้านต่อเดือน: ใช้สูตรคำนวณงวดผ่อนคงที่ (Fixed Rate Equal Payment)
M = P × (r / n) × (1 + r / n)^(n × t) / [(1 + r / n)^(n × t) − 1]
จากนั้นระบบจะลูปคำนวณยอดเงินต้นคงเหลือและดอกเบี้ยรายเดือน โดยแต่ละเดือนค่าผ่อนจะถูกแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ ดอกเบี้ย = ยอดคงเหลือ × (r / 12) และเงินต้น = ค่าผ่อน − ดอกเบี้ย
โหมดหาวงเงินกู้บ้านสูงสุด: ใช้สูตร DSR (Debt Service Ratio)
Available Income = (Income × DSR%) − Existing Debt
Max Loan = Available Income / [(r / n) / (1 − (1 + r / n)^(−n × t))]
เป็นการคำนวณย้อนกลับจากค่าผ่อนสูงสุด ไปหาวงเงินต้นสูงสุดที่กู้ได้ ตามเกณฑ์ DSR ของธนาคาร
สมมติกู้ 3,500,000 บาท ดอกเบี้ย 6.00% ต่อปี ลองเปลี่ยนระยะเวลากู้
| ระยะเวลากู้ | ค่าผ่อนต่อเดือน | ยอดรวมตลอดสัญญา | ดอกเบี้ยสะสม |
|---|---|---|---|
| 15 ปี | 29,544 บาท | 5,317,900 บาท | 1,817,900 บาท |
| 20 ปี | 25,029 บาท | 6,007,000 บาท | 2,507,000 บาท |
| 25 ปี | 22,625 บาท | 6,787,500 บาท | 3,287,500 บาท |
| 30 ปี | 20,994 บาท | 7,557,800 บาท | 4,057,800 บาท |
สังเกตได้ว่ากู้สั้นค่าผ่อนสูงแต่ดอกเบี้ยรวมน้อย กู้ยาวค่าผ่อนต่ำแต่จ่ายดอกเบี้ยเยอะกว่าเกือบเท่าตัว ต้องเลือกตามกำลังเงินเดือนและแผนชีวิต เช่น ถ้าเหลือเวลาทำงานอีก 10 ปีก่อนเกษียณ กู้สั้นจะลดภาระตอนเกษียณ
สมมติกู้ 3,500,000 บาท ระยะเวลา 30 ปี ลองเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ย
| อัตราดอกเบี้ย | ค่าผ่อนต่อเดือน | ดอกเบี้ยสะสม 30 ปี |
|---|---|---|
| 4.50% | 17,734 บาท | 2,884,240 บาท |
| 5.50% | 19,895 บาท | 3,662,200 บาท |
| 6.00% | 20,994 บาท | 4,057,800 บาท |
| 6.50% | 22,131 บาท | 4,467,160 บาท |
| 7.50% | 24,494 บาท | 5,317,840 บาท |
ดอกเบี้ยต่างกันแค่ 1% ต่อปี แต่ตลอด 30 ปีความต่างของดอกเบี้ยสะสมเกือบ 800,000 บาท นี่คือเหตุผลที่การรีไฟแนนซ์หรือเจรจาดอกเบี้ยให้ต่ำลงสำคัญมาก
ตัวอย่างกู้ 3.5 ล้านบาทที่ดอกเบี้ย 6% ต่อปี กู้ 30 ปีค่าผ่อนประมาณ 20,994 บาทและดอกเบี้ยสะสม 4,057,800 บาท กู้ 20 ปีค่าผ่อนประมาณ 25,029 บาทและดอกเบี้ยสะสม 2,507,000 บาท ประหยัดดอกเบี้ยได้ประมาณ 1.5 ล้านบาท แต่ค่าผ่อนจะเพิ่มขึ้นประมาณ 4,000 บาทต่อเดือน ต้องเลือกตามกำลังเงินเดือนและแผนชีวิตว่าอยากลดภาระระยะยาวหรือให้เงินเดือนสบายขึ้นตอนนี้
ช่วงต้นสัญญาเงินต้นยังเหลือเยอะ ดอกเบี้ยจะคิดจากยอดคงเหลือ ดังนั้นดอกเบี้ยเดือนแรก ๆ จะสูง เงินต้นลดน้อย พอผ่อนไปเรื่อย ๆ ยอดคงเหลือลด ดอกเบี้ยต่อเดือนจะลดลง สัดส่วนเงินต้นในค่าผ่อนจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เครื่องมือนี้แสดงให้เห็นในตารางผ่อนรายเดือนว่าแต่ละเดือนเงินต้นกับดอกเบี้ยแบ่งยังไง
คำนวณจาก 3 ตัวแปรหลัก คือ รายได้ต่อเดือน เกณฑ์ DSR ของธนาคาร (มาตรฐาน 40%) และภาระหนี้เดิมที่ผ่อนอยู่ นำรายได้คูณ DSR แล้วลบด้วยหนี้เดิม ได้ค่าผ่อนสูงสุด แล้วย้อนกลับด้วยสูตร PMT เป็นวงเงินต้นสูงสุด ธนาคารจะไม่อนุมัติเกินวงเงินนี้
เกณฑ์ทั่วไปคือดาวน์ ≥ 10% ของราคาบ้านถึงจะกู้ได้ แต่ถ้าดาวน์ ≥ 20% จะได้ดอกเบี้ยดีกว่า 0.2-0.5% ต่อปี ดาวน์ 30-50% ยิ่งได้ดอกเบี้ยต่ำ แต่ต้องดูสภาพคล่องด้วย ถ้าดาวน์หมด ฉุกเฉินขึ้นมาจะลำบาก สูตรง่าย ๆ คือดาวน์ 20-30% เงินที่เหลือเก็บสำรองฉุกเฉินและค่าตกแต่งบ้าน
รีไฟแนนซ์คุ้มเมื่อดอกเบี้ยใหม่ต่ำกว่าเดิม ≥ 0.5% ต่อปี และเหลือสัญญาอีก ≥ 5 ปี ถ้าใกล้หมดสัญญาแล้วอาจไม่คุ้มเพราะประหยัดได้ไม่มาก ต้องหักค่าธรรมเนียมรีไฟแนนซ์ด้วย (ปกติ 1-3% ของยอดคงเหลือ) ช่วงเวลาที่ดีคือหลังผ่อนไป 3-5 ปี เพราะเงินต้นลดพอสมควร ประวัติเครดิตดี มีอำนาจต่อรอง
ลองใช้เครื่องมือคำนวณสินเชื่อบ้านของ Savcurv ได้ทันที เปลี่ยนตัวเลขในช่องต่าง ๆ กดคำนวณซ้ำ เทียบหลายสถานการณ์ เพื่อวางแผนการกู้บ้านให้เหมาะกับกำลังเงินและแผนชีวิตของคุณ คำนวณได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ "นโยบายความเป็นส่วนตัว" และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ "จัดการคุ๊กกี้"