กราฟบำนาญรายเดือนโดยประมาณ
เส้นแนวนอนที่ 15 ปี = เกณฑ์ขั้นต่ำรับบำนาญ
⚠️ ผลลัพธ์เป็นการประมาณการเท่านั้น ข้อมูลจริงติดต่อ
สำนักงานประกันสังคม
อัตราบำนาญ—
เงินสมทบสะสมโดยประมาณ—
เงินบำเหน็จ (ถ้าไม่เลือกบำนาญ)—
อัตราทดแทนรายได้—
บำนาญถ้าทำงานถึง 60 ปี—
บำนาญประกันสังคมคืออะไร ใครได้ไปบ้าง?
บำนาญประกันสังคม คือเงินที่สำนักงานประกันสังคม (สปส.) จ่ายให้สมาชิกที่จ่ายเงินสมทบครบตามเงื่อนไข เพื่อเป็นรายได้หลังเกษียณอายุ สมาชิกต้องจ่ายเงินสมทบมาแล้วอย่างน้อย 180 เดือน (15 ปี) จึงจะมีสิทธิ์รับบำนาญชราภาพรายเดือน ถ้าจ่ายไม่ครบ 15 ปี จะได้รับเงินบำเหน็จ (ก้อนเดียว) แทน
- ผู้ประกันตน ม.33 (พนักงาน): นายจ้างหักเงินเดือน 5% ฝากสปส. พร้อมนายจ้างจ่ายอีก 5%
- ผู้ประกันตน ม.39 (อาชีพอิสระ/ฟรีแลนซ์): เลือกจ่ายค่าสมทบตาม 3 ขั้น (432, 624, 864 บาท/เดือน) รัฐบาลจ่ายสมทบเพิ่ม
- ผู้ประกันตน ม.40 (ผู้มีรายได้น้อย): มีฐานะเป็นสมาชิกกองทุนการออมแห่งชาติ แต่คนละกองทุนกับบำนาญชราภาพ ม.33/ม.39
ถ้าเริ่มทำงาน 30 ปี ส่งเงินสมทบทุกเดือน พออายุ 60 จะมีเงินบำนาญจากสปส. เข้าบัญชีทุกเดือนตลอดชีวิต ซึ่งเป็นเสาหลักของรายได้หลังเกษียณคู่กับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพและกอช.
ทำไมต้องวางแผนบำนาญตั้งแต่วันนี้
บำนาญ ม.33/ม.39 คือเงินชราภาพจากรัฐ ไม่ใช่เงินบำเหน็จก้อนเดียว ถ้าหยุดทำงานกะทันหันโดยไม่มีเงินออมอื่น บำนาญนี้จะกลายเป็นรายได้หลักของคุณในวัย 60+
- อัตราทดแทนต่ำ: ที่ 15 ปี ได้บำนาญแค่ 20% ของฐานเงินเดือน (ประมาณ 3,500 บาท/เดือน) — ไม่พอใช้จ่ายรายเดือน
- แต่ละปีที่เพิ่ม: ทุกปีที่จ่ายเงินสมทบเกิน 15 ปี อัตราบำนาญเพิ่ม 1.5% ของฐานเงินเดือน (1,000–1,500 บาท/เดือน)
- ฐานเงินเดือนมีเพดาน: ตั้งแต่ ม.ค. 2569 เพดานค่าจ้างสมทบปรับเป็น 17,500 บาท ทำให้บำนาญสูงสุดตามสูตรเดิมที่ 30 ปี ได้ประมาณ 7,437 บาท/เดือน
- เงินเฟ้อกัดเซาะ: ถ้าเกษียณอีก 25 ปี บำนาญจะซื้อของได้น้อยลง ใช้สูตร CARE ที่ปรับตามเงินเฟ้อจึงสำคัญ
- รวมกับรายได้อื่น: วางแผ่นให้บำนาญ + สำรองเลี้ยงชีพ + กอช. ครอบคลุม 70–80% ของเงินเดือนสุดท้าย
การรู้ตัวเลขคร่าวๆ ตั้งแต่วันนี้ช่วยให้ตัดสินใจได้ 2 เรื่อง คือ (1) จะส่งเงินสมทบต่อให้ครบ 30 ปีไหม (2) จะออมเพิ่มในกองทุนอื่นเท่าไหร่เพื่อเติมส่วนที่บำนาญขาด
วิธีใช้เครื่องมือคำนวณบำนาญประกันสังคม
- เลือกประเภทสมาชิก: ม.33 (พนักงาน) หรือ ม.39 (อาชีพอิสระ) — สูตรจะแตกต่างกันที่ฐานค่าจ้าง
- กรอกเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือน: ถ้าเงินเดือนไม่เคยเปลี่ยน ใส่ตัวเลขปัจจุบัน ถ้าเปลี่ยนบ่อย ให้ประมาณค่าเฉลี่ย 5 ปีหลัง
- ระบุจำนวนปีที่จ่ายเงินสมทบ: นับจากเดือนแรกที่เริ่มทำงานจนถึงวันที่จะเกษียณ (สมมติอายุ 60) — ถ้ายังไม่ถึง ให้ประมาณจำนวนปีที่จะทำต่อ
- ระบุอายุปัจจุบัน: ใช้คำนวณว่าเหลือกี่ปีก่อนถึง 60 เพื่อประมาณบำนาญเมื่อเกษียณจริง
- เลือกสูตรคำนวณ: สูตรเดิม (ก่อน พ.ศ. 2572) / สูตร CARE (ใหม่ มีผล พ.ศ. 2572+) / ผสม (ระหว่างเปลี่ยนผ่าน 2570–2573)
- กดคำนวณ: ระบบแสดงบำนาญรายเดือน, อัตราทดแทน, เงินบำเหน็จ (กรณีไม่ครบ 15 ปี) และบำนาญตอนอายุ 60
ค่าที่ได้เป็น ประมาณการเท่านั้น ไม่ใช่ยอดที่ สปส. จะจ่ายจริง ตัวเลขทางการต้องยื่นคำขอรับบำนาญที่ สปส. เขต/จังหวัดก่อนอายุ 60
ตัวอย่างคำนวณบำนาญจริง
กรณีที่ 1 — พนักงานเงินเดือน 17,500 บาท ทำงาน 15 ปี (พอดีขั้นต่ำ):
- ฐานเงินเดือนเฉลี่ย: 17,500 บาท
- อัตราบำนาญ: 20% (ขั้นต่ำ)
- บำนาญรายเดือน = 17,500 × 20% = 3,500 บาท/เดือน
- อัตราทดแทนรายได้: 20%
กรณีที่ 2 — พนักงานเงินเดือน 17,500 บาท ทำงาน 20 ปี:
- อัตราบำนาญ: 20% + (1.5% × 5) = 27.5%
- บำนาญรายเดือน = 17,500 × 27.5% = 4,812.50 บาท/เดือน
- อัตราทดแทนรายได้: 27.5%
กรณีที่ 3 — พนักงานเงินเดือน 17,500 บาท ทำงาน 30 ปี:
- อัตราบำนาญ: 20% + (1.5% × 15) = 42.5%
- บำนาญรายเดือน = 17,500 × 42.5% = 7,437.50 บาท/เดือน
- อัตราทดแทนรายได้: 42.5%
กรณีที่ 4 — เงินเดือน 10,000 บาท ทำงาน 15 ปี:
- อัตราบำนาญ: 20%
- บำนาญรายเดือน = 10,000 × 20% = 2,000 บาท/เดือน
- ตัวเลขต่ำ เพราะฐานเงินเดือนต่ำ — เหตุผลที่ควรล้างฐานเงินเดือนก่อนเกษียณ
กรณีที่ 5 — เงินเดือน 17,500 บาท ทำงาน 10 ปี (ไม่ถึง 15 ปี):
- ไม่มีสิทธิ์รับบำนาญชราภาพรายเดือน ได้รับ เงินบำเหน็จก้อนเดียว
- บำเหน็จ ≈ เงินสมทบสะสม + ดอกเบี้ย (ประมาณ 100,000–150,000 บาทขึ้นกับปีที่จ่าย)
- ระบบจะแสดงคำเตือน
สูตรคำนวณบำนาญที่ต้องรู้
สูตรเดิม — ใช้ถึง 31 ธ.ค. 2571
สูตรเดิมอ้างอิงเงินเดือน 60 เดือนสุดท้าย:
- ตัวแปร A: เงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย (มีเพดาน 17,500 บาท ตั้งแต่ ม.ค. 2569)
- ตัวแปร B: จำนวนปีที่จ่ายสมทบ (≥ 180 เดือน ถึงจะได้บำนาญ)
- อัตราบำนาญ: 20% + (1.5% × ปีที่เกิน 15)
- สูตร: A × อัตราบำนาญ = บำนาญรายเดือน
สูตร CARE — เริ่มใช้ พ.ศ. 2572
สูตร CARE ใช้ค่าเฉลี่ยตลอดอายุการทำงาน:
- ใช้ เงินเดือนเฉลี่ยตลอดอายุการทำงาน ไม่ใช่แค่ 60 เดือนหลัง
- ปรับสูตรเพื่อลดผลกระทบของเงินเฟ้อระยะยาว
- คนที่เงินเดือนขึ้นช้าๆ จะได้บำนาญสูงกว่าสูตรเดิม
- คนที่เงินเดือนขึ้นเร็วในช่วงหลัง จะได้น้อยกว่าสูตรเดิมเล็กน้อย
ช่วงเปลี่ยนผ่าน — พ.ศ. 2570 ถึง 2573
รัฐผสมสูตรเดิมกับสูตร CARE ในช่วงเปลี่ยนผ่าน:
- พ.ศ. 2570: สูตรเดิม 80% + CARE 20%
- พ.ศ. 2571: สูตรเดิม 60% + CARE 40%
- พ.ศ. 2572: สูตรเดิม 40% + CARE 60%
- พ.ศ. 2573: สูตรเดิม 20% + CARE 80%
- พ.ศ. 2574 เป็นต้นไป: 100% CARE
เพดานค่าจ้างสมทบ (ปรับทุก 3 ปี):
- ก่อน พ.ศ. 2569: 15,000 บาท (5% ฝั่งละ = 750 บาท)
- พ.ศ. 2569–2571: 17,500 บาท (5% = 875 บาท)
- พ.ศ. 2572–2574: 20,000 บาท (5% = 1,000 บาท)
- พ.ศ. 2575+: 23,000 บาท (5% = 1,150 บาท)
สมมติฐาน, ข้อจำกัด และข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
เครื่องมือนี้ใช้สูตรตามที่ สปส. ประกาศ แต่มีข้อจำกัดที่ต้องรู้:
- บำนาญไม่รวมค่าครองชีพ: ตัวเลขไม่ปรับตามเงินเฟ้อ ถ้าเกษียณ 25 ปี จะซื้อของได้น้อยลง
- ไม่รวมเงินช่วยเหลือผู้สูงอายุ: ผู้สูงอายุขั้นพื้นฐาน 600–1,000 บาท/เดือนจากกระทรวงพัฒนาฯ เป็นแหล่งรายได้แยก
- ดอกเบี้ยบำเหน็จเปลี่ยนทุกปี: สปส. ประกาศดอกเบี้ยเงินสมทบในราชกิจจานุเบกษา (ปี 2568–2569 ≈ 2.81%) ตัวเลขนี้อาจเปลี่ยน
- ช่วง 60+: สามารถขอรับบำนาญและทำงานต่อได้ถึงอายุ 65 แต่ถ้าจ่ายสมทบเพิ่ม บำนาญจะคำนวณจากฐานเดิม (ไม่คำนวณใหม่)
- ฐานเงินเดือนสูงสุด: เงินเดือนจริง 50,000 บาท แต่ส่งสมทบได้สูงสุด 17,500 บาท ผลคือใช้ 17,500 เป็นฐานเสมอ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย:
- ลืมนับปีที่เปลี่ยนงาน — ต้องยื่นให้นายจ้างใหม่หักเงินสมทบต่อทันที มิเช่นนั้นช่องว่างไม่ถูกนับ
- คิดว่าม.39 ได้บำนาญเท่ากับ ม.33 — จริงๆ ฐานค่าจ้าง ม.39 ขึ้นกับค่าสมทบที่เลือก (สูงสุด 864 บาท/เดือน) บำนาญจะน้อยกว่ามาก
- ไม่ตรวจสอบประวัติการจ่าย — คนทำงาน 20 ปีเพิ่งรู้ว่านายจ้างเก่าไม่ได้ส่งเงินสมทบให้
- เข้าใจว่า 60 ปีเกษียณอัตโนมัติ — ต้องยื่นคำขอที่ สปส. ก่อนอายุ 60 อย่างน้อย 3 เดือน
เคล็ดลับเพิ่มบำนาญให้พอใช้
บำนาญ ม.33/ม.39 เพียงอย่างเดียวไม่พอ แนะนำเสริม 3 ทาง:
- ทำงานให้ครบ 30 ปี: ทุกปีหลังจาก 15 ปี เพิ่มบำนาญ 1.5% ของฐาน (ประมาณ 262 บาท/ปี) — 30 ปีจะได้บำนาญสูงสุดตามสูตรเดิม
- ขอตรวจสอบประวัติการจ่ายทุก 2–3 ปี: เข้าแอป SSO Connect หรือเว็บ sso.go.th ดูว่านายจ้างจ่ายครบ
- เสริมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD): สะสม 5–10% ของเงินเดือน นายจ้างช่วยอีก 3–6% ได้ภาษีคืน
- เปิด กอช. (กองทุนการออมแห่งชาติ): ออม 100–3,000 บาท/เดือน รัฐบาลสมทบ 100 บาท (สูงสุด 1,800 บาท/ปี)
- เปลี่ยนเงินเดือนให้เป็นฐานเต็มเพดาน: ถ้าเงินเดือนต่ำกว่า 17,500 บาท การขอขึ้นเงินเดือนก่อนเกษียณ 1–2 ปี ช่วยล้างฐานได้โดยตรง
- วางแผนภาษีหลังเกษียณ: บำนาญไม่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (แต่รายได้อื่นยังเสีย) — วางโครงสร้างการลงทุนให้ลดหย่อนได้
FAQ — คำถามที่ถามบ่อย
- บำนาญประกันสังคม ม.33 เริ่มจ่ายตอนอายุเท่าไหร่? 60 ปี ถ้าอยากรอให้ได้บำนาญสูงขึ้น สามารถทำงานต่อถึง 65 ปีได้
- ถ้าจ่ายสมทบไม่ครบ 15 ปี ได้เงินคืนไหม? ได้รับเป็นเงินบำเหน็จก้อนเดียว ไม่ใช่บำนาญรายเดือน
- สูตร CARE คืออะไร? Career-Avg Salary — ใช้เงินเดือนเฉลี่ยตลอดอายุการทำงาน ปรับขึ้นเพื่อลดผลกระทบเงินเฟ้อ เริ่มใช้ พ.ศ. 2572
- เพดานค่าจ้างสมทบเปลี่ยนเมื่อไหร่? ปรับทุก 3 ปี ตั้งแต่ ม.ค. 2569 = 17,500 บาท, พ.ศ. 2572 = 20,000 บาท, พ.ศ. 2575 = 23,000 บาท
- ม.39 ได้บำนาญเท่าไหร่? ขึ้นกับค่าสมทบที่เลือก (432/624/864 บาท/เดือน) ถ้าเลือก 864 บาท ส่ง 15 ปี บำนาญจะอยู่ที่ประมาณ 173 บาท/เดือน (เพราะฐานคำนวณต่ำ)
- เปลี่ยนงานบ่อย ต้องทำอย่างไร? ทุกครั้งที่ลาออก ตรวจสอบให้นายจ้างส่งเงินสมทบครบเดือนสุดท้าย และยื่นเปลี่ยนนายจ้างกับ สปส. ภายใน 30 วัน
- บำนาญเสียภาษีไหม? ไม่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แต่ดอกเบี้ยจาก กอช. หรือกองทุน กลับเสียภาษีตามเงื่อนไข
- รับบำนาญแล้วทำงานต่อได้ไหม? ได้ถึงอายุ 65 ปี แต่ สปส. จะคำนวณบำนาญจากฐานเงินเดือน ณ ตอนขอรับ ไม่คำนวณใหม่
- ตรวจสอบประวัติสมทบได้ที่ไหน? แอป SSO Connect, เว็บ sso.go.th, หรือโทร 1506 กด 7
บำนาญประกันสังคมเป็นฐานรายได้หลังเกษียณที่รัฐบาลรับประกันการจ่าย แต่จะพอใช้หรือไม่ขึ้นกับจำนวนปีที่ส่งเงินสมทบและค่าจ้างก่อนเกษียณ ลองใช้เครื่องมือบน savcurv.com เช็คตัวเลขของคุณ แล้วลุยวางแผนให้รายได้หลังเกษียณครอบคลุมอย่างน้อย 70% ของเงินเดือนสุดท้าย