โฆษณา

คำนวณต้นทุนเฉลี่ยหุ้น — ถัวหุ้น SET พร้อมค่าธรรมเนียม



กราฟต้นทุนเฉลี่ย vs ราคาซื้อแต่ละ Lot



# จำนวนหุ้น ราคาต่อหุ้น (บาท) มูลค่า

* หุ้นไทยซื้อขายเป็นหน่วย Lot ละ 100 หุ้น

ต้นทุนเฉลี่ยต่อหุ้น
รวมค่าธรรมเนียมซื้อแล้ว
จำนวนหุ้นรวม
เงินลงทุนรวม
ค่าธรรมเนียมรวม
ราคาขายคืนทุน*

* ราคาขายคืนทุนรวมค่าธรรมเนียมฝั่งขาย (สมมติใช้โบรกเกอร์เดียวกัน)

ต้นทุนเฉลี่ยหุ้น คืออะไร แล้วทำไมต้องคำนวณ?

เวลาเราซื้อหุ้นตัวเดียวกันหลายรอบในราคาต่างกัน เช่น ซื้อ AAPL ครั้งแรก 100 หุ้น ราคา 800 บาท แล้วราคาตกเหลือ 600 บาท ก็ซื้อเพิ่มอีก 100 หุ้น คำถามคือ ต้นทุนเฉลี่ยต่อหุ้นของเราตอนนี้คือเท่าไหร่ ถ้าจะขายคืนทุนต้องขายที่ราคาเท่าไหร่

การคำนวณต้นทุนเฉลี่ยหุ้น หรือที่นักลงทุนไทยเรียกกันว่า การถัวหุ้น เป็นเทคนิคพื้นฐานที่ใช้ทุกครั้งที่ซื้อหุ้นเพิ่ม (averaging down) หรือซื้อเพิ่มเมื่อราคาขึ้น (averaging up) เพื่อรู้ว่าต้นทุนจริงๆ ต่อหุ้นเป็นเท่าไหร่ รวมค่าธรรมเนียมโบรกเกอร์ ค่าธรรมเนียมตลาดหลักทรัพย์ และ VAT ด้วย ถ้าไม่คำนวณให้ดี ขายหุ้นไปอาจขาดทุนโดยไม่รู้ตัว

ใครควรใช้เครื่องมือคำนวณต้นทุนเฉลี่ยหุ้น?

  • นักลงทุนที่ซื้อหุ้นเป็นไม้ ๆ: ซื้อหุ้นเพิ่มเรื่อย ๆ เมื่อเห็นโอกาส ต้องรู้ต้นทุนเฉลี่ยสะสม
  • นักลงทุน DCA: ลงทุนหุ้นเดียวกันทุกเดือน อยากรู้ว่าต้นทุนสะสมเฉลี่ยเท่าไหร่ในรอบ 1 ปี
  • คนที่เจอหุ้นตกแล้วอยากถัว: ซื้อหุ้นเพิ่มตอนราคาลง เพื่อลดต้นทุนเฉลี่ย ต้องคำนวณให้ชัวร์ก่อนเพิ่มเงิน
  • เทรดเดอร์ SET/mai: ซื้อขาย active ต้องการคำนวณต้นทุนเฉลี่ยแบบ real-time พร้อมค่าธรรมเนียมครบ
  • คนที่ถือหุ้นหลาย lot ในหลายราคา: ต้องการรู้จุด break-even ชัดเจนเพื่อตัดสินใจขาย

วิธีใช้เครื่องคิดเลขต้นทุนเฉลี่ยหุ้น

ทำตามนี้ได้เลย ใช้เวลาไม่ถึง 1 นาที:

  • เลือกโบรกเกอร์: มี preset ให้เลือก บัวหลวง 0.157%, กสิกรไทย 0.20%, SCB 0.20%, กรุงศรี 0.25%, ฟีลี 0% หรือตั้งค่าเอง
  • ใส่ค่าธรรมเนียม: โบรกเกอร์ค่าธรรมเนียม, VAT 7% (ค่าเริ่มต้น), ค่าธรรมเนียมตลาด SET รวม 0.0098%
  • เพิ่มรายการซื้อ: แต่ละ lot กรอกจำนวนหุ้นและราคาต่อหุ้น กดเพิ่มได้เรื่อย ๆ ตามจำนวนครั้งที่ซื้อ
  • กดคำนวณ: ระบบจะรวมจำนวนหุ้น ต้นทุนรวม ค่าธรรมเนียม และต้นทุนเฉลี่ยต่อหุ้น
  • ดูราคาขายคืนทุน: ระบบคำนวณจุด break-even ที่ต้องขายเพื่อไม่ขาดทุน โดยรวมค่าธรรมเนียมฝั่งขายด้วย

มีปุ่ม Preset ด้านบนให้ลองได้เลย เช่น ซื้อ AAPL 100 หุ้น 800 บาท แล้วซื้อเพิ่ม 100 หุ้น 600 บาท ดูต้นทุนเฉลี่ยทันที

ตัวอย่างการคำนวณต้นทุนเฉลี่ยหุ้นในชีวิตจริง

ตัวอย่างที่ 1: ซื้อหุ้นครั้งเดียว

รายการ: 100 หุ้น ราคา 10 บาท โบรกเกอร์ 0.157%, VAT 7%, ค่าธรรมเนียมตลาด 0.0098%

  • เงินลงทุน: 100 × 10 = 1,000 บาท
  • ค่าธรรมเนียมรวม: 1,000 × 0.168% ≈ 1.68 บาท
  • ต้นทุนรวม: 1,001.68 บาท
  • ต้นทุนเฉลี่ยต่อหุ้น: 10.0168 บาท

แม้ซื้อครั้งเดียวก็มีต้นทุนสูงกว่าราคาหุ้นเล็กน้อยเพราะค่าธรรมเนียม ถ้าจะขายคืนทุน ต้องขายที่ราคาขาย ≥ 10.0168 บาท บวกค่าธรรมเนียมฝั่งขาย

ตัวอย่างที่ 2: Averaging Down — ซื้อเพิ่มตอนราคาลง

Lot 1: 100 หุ้น ราคา 15 บาท

Lot 2: 100 หุ้น ราคา 10 บาท

Lot 3: 200 หุ้น ราคา 7 บาท

  • จำนวนหุ้นรวม: 400 หุ้น
  • เงินลงทุนรวม: 1,500 + 700 + 1,400 = 3,600 บาท (ไม่รวมค่าธรรมเนียม)
  • ค่าธรรมเนียมรวม: ≈ 6.05 บาท
  • ต้นทุนเฉลี่ยก่อนค่าธรรมเนียม: 9.00 บาท
  • ต้นทุนเฉลี่ยรวมค่าธรรมเนียม: ≈ 9.015 บาท

จากราคา 15 บาทลงมาเหลือต้นทุนเฉลี่ย 9 บาท ถ้าหุ้นกลับมา 10 บาทก็มีกำไรแล้ว (กำไรประมาณ 400 บาท หลังหักค่าธรรมเนียม)

ตัวอย่างที่ 3: Averaging Up — ซื้อเพิ่มตอนราคาขึ้น

Lot 1: 100 หุ้น ราคา 10 บาท

Lot 2: 100 หุ้น ราคา 20 บาท

Lot 3: 100 หุ้น ราคา 30 บาท

  • จำนวนหุ้นรวม: 300 หุ้น
  • เงินลงทุนรวม: 6,000 บาท
  • ต้นทุนเฉลี่ยรวมค่าธรรมเนียม: ≈ 20.03 บาท
  • ราคาขายคืนทุน: ≈ 20.06 บาท

คนที่ซื้อขาดทุนใจเย็นจะเห็นด้วยกับตัวเลขนี้ ต้นทุนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นตามราคา ถ้าหุ้นไม่กลับมา 30 บาทก็ยังเสียโอกาสที่เคยลงทุนที่ 10

ตัวอย่างที่ 4: ดูจุดคุ้มทุนหลายไม้

ไม้ที่ราคาซื้อจำนวนต้นทุนสะสม
112.005006,0006,000 + ค่าธรรมเนียม
29.505004,75010,750 + ค่าธรรมเนียม
37.001,0007,00017,750 + ค่าธรรมเนียม
ต้นทุนเฉลี่ยรวม 2,000 หุ้น: ≈ 8.88 บาท

เห็นชัดว่าหลังขาดทุน การซื้อเพิ่มช่วยลดต้นทุนเฉลี่ยลงเหลือ 8.88 บาท จุดคุ้มทุนอยู่ใกล้ราคาปัจจุบันแค่เรือย ๆ

สูตรคำนวณต้นทุนเฉลี่ยหุ้นที่ใช้ในเครื่องมือ

ต้นทุนเฉลี่ยต่อหุ้น (Average Cost):

ต้นทุนเฉลี่ย = ต้นทุนรวม ÷ จำนวนหุ้นรวม

  • จำนวนหุ้นรวม: Σ (จำนวนหุ้นของทุก lot)
  • ต้นทุนรวม: Σ (จำนวนหุ้น × ราคา × (1 + ค่าธรรมเนียมรวม%))
  • ค่าธรรมเนียมรวม%: โบรกเกอร์ × (1 + VAT) + ค่าธรรมเนียมตลาด

ราคาขายคืนทุน (Break-even Sell Price):

ราคาขายคืนทุน = ต้นทุนเฉลี่ย × (1 + ค่าธรรมเนียมขาย%)

สูตรนี้รวมค่าธรรมเนียมทั้งฝั่งซื้อและฝั่งขาย ค่าธรรมเนียมฝั่งขายปกติคิดเหมือนฝั่งซื้อ (โบรกเกอร์ + VAT + SET ฯลฯ) ดังนั้นต้นทุนเฉลี่ย 10 บาท ราคาขายคืนทุนอาจอยู่ที่ 10.034 บาท

ตารางเปรียบเทียบค่าธรรมเนียมโบรกเกอร์หลัก

โบรกเกอร์ค่าธรรมเนียมVAT 7%ค่าตลาด SETรวม
บัวหลวง0.157%0.0110%0.0098%≈ 0.178%
กสิกรไทย0.20%0.0140%0.0098%≈ 0.224%
SCB0.20%0.0140%0.0098%≈ 0.224%
กรุงศรี0.25%0.0175%0.0098%≈ 0.277%
ฟีลี (โปร 0%)0.00%0.00%0.0098%≈ 0.010%

ต่างกันประมาณ 0.27% ระหว่างโบรกเกอร์ถูกสุดกับแพงสุด ถ้าซื้อขายปีละ 1 ล้านบาท ต่างกันประมาณ 2,680 บาทต่อปี ถ้าเป็นเทรดเดอร์ active เลือกโบรกเกอร์ให้ดี

ข้อควรระวังและข้อจำกัดของเครื่องมือ

  • ค่าธรรมเนียมขั้นต่ำ: โบรกเกอร์ส่วนใหญ่มีค่าธรรมเนียมขั้นต่ำ เช่น 7-50 บาทต่อไม้ ถ้าซื้อหุ้นราคาถูกจำนวนน้อย ค่าธรรมเนียมต่อหุ้นจะสูงกว่าปกติ
  • ไม่รวม TFEX/Warrants: เครื่องมือนี้คำนวณเฉพาะหุ้นสามัญ ถ้าซื้อขายอนุพันธ์หรือ warrant ต้องใช้เครื่องมือเฉพาะ
  • ไม่รวมภาษีหัก ณ ที่จ่าย: ถ้าเป็นนักลงทุนต่างชาติหรือถือหุ้นจนได้ปันผล มีภาษีหัก ณ ที่จ่าย 15-25% เพิ่มเติม
  • ไม่คำนวณกำไร/ขาดทุน: เครื่องมือนี้คำนวณเฉพาะต้นทุนเฉลี่ย ถ้าอยากคำนวณกำไรขาดทุนที่ขายแล้ว ใช้เครื่องมือคำนวณ ROI
  • Round lot 100 หุ้น: ตลาดหลักทรัพย์ซื้อขายขั้นต่ำ 100 หุ้น ห้ามกรอกจำนวนหุ้นที่ไม่ใช่ 100, 200, 300...
  • ค่าธรรมเนียมอาจเปลี่ยน: โบรกเกอร์อาจมีโปรโมชั่นลดค่าธรรมเนียมตามช่วงเวลา ต้องตรวจสอบกับโบรกเกอร์อีกที
  • ไม่รวม dividend yield: ถ้าหุ้นจ่ายปันผลระหว่างถือ ต้นทุนเฉลี่ยทางบัญชีไม่ลด แต่ effective cost ลดลงตามปันผลที่ได้รับ

เคล็ดลับการถัวหุ้นให้ได้กำไร

  • ตั้งงบแยกต่อหุ้น: กำหนดวงเงินสูงสุดที่จะลงทุนในหุ้นตัวเดียว เช่น ไม่เกิน 50,000 บาท ถ้าซื้อเพิ่มจนเกินไป ต้นทุนเฉลี่ยจะลดลง แต่เงินหมุนเวียนตึง
  • วิเคราะห์ปัจจัยก่อนถัว: ซื้อเพิ่มเมื่อราคาลง ต้องมั่นใจว่าปัจจัยพื้นฐานไม่เปลี่ยน ไม่ใช่ซื้อหุ้นที่กำลังจะล้ม
  • ใช้ trailing stop: ซื้อเพิ่มแล้ว ตั้งจุดขายที่กำไร ≥ 10-15% จากต้นทุนเฉลี่ย ห้ามถือนานเกินไปจนกำไรกลายเป็นขาดทุน
  • คำนวณ break-even ทุกครั้ง: หลังซื้อเพิ่ม ดูว่าจุดคุ้มทุนอยู่ที่เท่าไหร่ ถ้าห่างจากราคาปัจจุบันเกิน 30% ให้ทบทวนแผน
  • เลือกโบรกเกอร์ค่าธรรมเนียมต่ำสำหรับ active trader: ถ้าซื้อขายบ่อย โบรกเกอร์ 0.10-0.15% ประหยัดกว่า 0.25% เป็นแสนบาทต่อปี
  • บันทึกทุกรายการซื้อ: จดวันที่ ราคา จำนวนหุ้น ในสมุดหรือ spreadsheet จะได้คำนวณย้อนหลังได้แม่นยำ
  • ระวัง concentration risk: หุ้นตัวเดียวไม่ควรเกิน 10-15% ของพอร์ต แม้จะถัวจนต้นทุนเฉลี่ยต่ำ แต่ความเสี่ยงก็สะสม

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q1: ต้นทุนเฉลี่ยหุ้น vs ราคาซื้อเฉลี่ย ต่างกันไหม?

ต่างกันเล็กน้อย ราคาซื้อเฉลี่ยคือราคาหุ้นเฉลี่ย (price average) ไม่รวมค่าธรรมเนียม ส่วนต้นทุนเฉลี่ย (cost basis average) รวมค่าธรรมเนียมโบรกเกอร์ ค่าตลาด SET และ VAT คำนวณต้นทุนเฉลี่ยจะได้ตัวเลขที่แม่นยำกว่าเพราะค่าธรรมเนียมกินส่วนต่าง ไม่ควรลืม

Q2: ถัวหุ้นลงจนต้นทุนต่ำ ขายเมื่อไหร่ดี?

ดูจากต้นทุนเฉลี่ยรวมค่าธรรมเนียม ถ้าราคาปัจจุบันสูงกว่าจุด break-even ≥ 10-15% เริ่มพิจารณาขายทำกำไร หรือถ้าหุ้นขึ้นมาเกิน cost basis 20% ขายทำกำไรบางส่วน เก็บส่วนที่เหลือไว้ถือยาว

Q3: ค่าธรรมเนียมซื้อขายหุ้น SET รวมประมาณเท่าไหร่?

รวมประมาณ 0.16-0.28% ต่อฝั่ง ขึ้นกับโบรกเกอร์ บัวหลวง 0.157% + VAT 7% + SET 0.0098% ≈ 0.178% ส่วนกรุงศรีแพงสุด ≈ 0.277% โบรกเกอร์ฟรีบางโปร เช่น ฟีลี ลดเหลือ 0.01% เกือบเป็นศูนย์ ถ้าซื้อขายบ่อยเลือกโบรกเกอร์ที่ค่าธรรมเนียมต่ำจะประหยัดเงินได้เยอะ

Q4: ซื้อหุ้น DCA รายเดือน ต้นทุนเฉลี่ยคำนวณยังไง?

กรอกรายการซื้อแต่ละเดือนเป็น lot แยก เช่น ม.ค. ซื้อ 1,000 หุ้น ราคา 20 บาท, ก.พ. ซื้อ 1,000 หุ้น ราคา 18 บาท, มี.ค. ซื้อ 1,000 หุ้น ราคา 22 บาท ระบบจะรวมเป็น 3,000 หุ้น ต้นทุนเฉลี่ย ≈ 20.03 บาท พร้อมราคาขายคืนทุนให้

Q5: ถ้าหุ้นจ่ายปันผลระหว่างถือ ต้นทุนเฉลี่ยเปลี่ยนไหม?

ตามหลักบัญชี ต้นทุนเปลี่ยน ปันผลที่ได้รับคือ return on investment ไม่ใช่ต้นทุนที่ลดลง แต่ effective cost (ต้นทุนสุทธิ) ลดลงตามจำนวนปันผลที่ได้ ถ้าอยากคำนวณแบบรวมปันผล ลองใช้เครื่องมือ dividend yield + ROI คำนวณรวม

Q6: ต้องเป็น Round Lot 100 หุ้นเท่านั้น?

ใช่ ตลาดหลักทรัพย์ SET ซื้อขายขั้นต่ำ 100 หุ้นเท่านั้น (board lot) ยกเว้น mai และหุ้นราคาสูงที่ลดเหลือ 50 หรือ 10 หุ้น เครื่องมือนี้ตั้งค่าเริ่มต้น 100 หุ้น ถ้าตลาดอื่นเช่น NASDAQ หรือ Crypto ที่ไม่มี board lot ก็ใช้ได้เหมือนกัน

ลองคำนวณต้นทุนเฉลี่ยหุ้นของคุณได้เลยที่ savcurv Stock Average Cost กรอกรายการซื้อที่ผ่านมา ดูต้นทุนเฉลี่ยและจุดขายคืนทุนทันที

โฆษณา

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ "นโยบายความเป็นส่วนตัว" และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ "จัดการคุ๊กกี้"

ข้อมูลที่ได้และใช้ประมวลผลจากการใช้คุกกี้นั้น ไม่มีการระบุชื่อ หรือบ่งบอกความเป็นตัวตนของท่านได้ อีกทั้งไม่มีการเก็บข้อมูลจำเพาะบุคคลเช่น ชื่อ อีเมล เป็นต้น และใช้เป็นข้อมูลทางสถิติเท่านั้น