โฆษณา

เปรียบเทียบราคาต่อหน่วย — เครื่องคิดเลขหาของคุ้ม



กราฟเปรียบเทียบราคาต่อหน่วย

สินค้า A

สินค้า B

เปรียบเทียบราคาต่อหน่วย คืออะไร แล้วทำไมต้องเปรียบเทียบ?

เวลาเดินซูเปอร์มาร์เก็ตหรือกดสั่งของออนไลน์ เรามักเห็นสินค้ารูปแบบเดียวกันวางขายหลายไซส์ เช่น แชมพูขวดเล็ก 380 มิลลิลิตร ราคา 49 บาท กับขวดใหญ่ 750 มิลลิลิตร ราคา 89 บาท หรือข้าวสารถุง 2 กิโลกรัม 75 บาท กับถุง 5 กิโลกรัม 165 บาท ดูเผินๆ ของใหญ่ก็แพงกว่า ของเล็กก็ถูกกว่า แต่คำถามจริงๆ คือ ซื้อแบบไหนคุ้มกว่าต่อหน่วย

การเปรียบเทียบราคาต่อหน่วย คือการเอาราคาทั้งหมดหารด้วยปริมาณ เพื่อให้เห็นว่าสินค้าสองชิ้นที่ต่างขนาดกัน ชิ้นไหนแพงหรือถูกกว่าจริงๆ เมื่อเทียบในหน่วยเดียวกัน เช่น บาทต่อมิลลิลิตร บาทต่อกรัม บาทต่อชิ้น หรือบาทต่อแพ็ค วิธีนี้ช่วยให้เราซื้อของได้ฉลาดขึ้น ไม่ใช้เงินทิ้งกับแพ็คใหญ่ที่ต่อหน่วยแพงกว่า

ใครควรใช้เครื่องมือเปรียบเทียบราคาต่อหน่วย?

  • แม่บ้าน/คนดูแลครอบครัว: ซื้อของใช้ในบ้านเป็นประจำ ต้องการรู้ว่าของไหนแพ็คไหนคุ้มสุด
  • คนชอบช้อปปิ้งออนไลน์: เจอสินค้าเหมือนกันหลายแพ็ค อยากรู้ว่าขนาดไหนจ่ายน้อยกว่าต่อชิ้น
  • เจ้าของร้านอาหาร/คาเฟ่: ซื้อวัตถุดิบเป็นถุงใหญ่ vs ถุงเล็ก ต้องคำนวณต้นทุนต่อหน่วย
  • คนลดน้ำหนัก/ดูแลสุขภาพ: อาหารเสริม วิตามิน โปรตีน เปรียบเทียบราคาต่อกรัม
  • คนซ่อมบ้านเอง: ซื้อสี ปูน กาว เทป เปรียบเทียบราคาต่อเมตรหรือต่อกิโลกรัม

วิธีใช้เครื่องคิดเลขเปรียบเทียบราคาต่อหน่วย

ทำตามนี้ได้เลย ใช้เวลาไม่ถึง 30 วินาที:

  • กรอกสินค้า A: ใส่ชื่อ ราคา (บาท) ปริมาณ และเลือกหน่วย เช่น 380 มิลลิลิตร
  • กรอกสินค้า B: ใส่ข้อมูลของอีกไซส์ เช่น 750 มิลลิลิตร ราคา 89 บาท
  • กดคำนวณ: ระบบจะหาราคาต่อหน่วยของทั้งสอง แล้วเปรียบเทียบทันที
  • ดูผล: ระบบบอกว่าสินค้าไหนคุ้มกว่า ประหยัดต่อหน่วยกี่บาท ประหยัดกี่เปอร์เซ็นต์
  • ถ้าหน่วยต่างกัน: เครื่องมือแปลงให้อัตโนมัติ เช่น กรัม ↔ กิโลกรัม มิลลิลิตร ↔ ลิตร

ถ้าอยากลองเร็วๆ กดปุ่ม Preset ด้านบนได้เลย มีแชมพู น้ำดื่ม และข้าวสาร พร้อมคำนวณในคลิกเดียว

ตัวอย่างการเปรียบเทียบราคาต่อหน่วยในชีวิตจริง

ตัวอย่างที่ 1: แชมพูขวดเล็ก vs ขวดใหญ่

ขวดเล็ก: 380 มิลลิลิตร ราคา 49 บาท → 0.1289 บาท/มิลลิลิตร

ขวดใหญ่: 750 มิลลิลิตร ราคา 89 บาท → 0.1187 บาท/มิลลิลิตร

ผลลัพธ์: ขวดใหญ่คุ้มกว่า 0.0102 บาท/มิลลิลิตร (~7.9% ประหยัด) ถ้าใช้ขวดเล็กทั้งปี เสียเงินเพิ่ม ~80 บาทโดยไม่รู้ตัว

ตัวอย่างที่ 2: น้ำดื่มแพ็คเล็ก vs แพ็คใหญ่

แพ็คเล็ก: 6 ขวด (600 มิลลิลิตร/ขวด) ราคา 45 บาท → 0.0125 บาท/มิลลิลิตร

แพ็คใหญ่: 24 ขวด ราคา 150 บาท → 0.0104 บาท/มิลลิลิตร

ผลลัพธ์: แพ็คใหญ่คุ้มกว่า 16.7% ประหยัดได้ราวๆ 30 บาทต่อการซื้อ 1 ครั้ง

ตัวอย่างที่ 3: ข้าวสารถุงเล็ก vs ถุงใหญ่

ถุงเล็ก 2 กิโลกรัม: ราคา 75 บาท → 37.50 บาท/กิโลกรัม

ถุงใหญ่ 5 กิโลกรัม: ราคา 165 บาท → 33.00 บาท/กิโลกรัม

ผลลัพธ์: ถุงใหญ่คุ้มกว่า 4.50 บาท/กิโลกรัม (~12% ประหยัด) ถ้ากินข้าวเดือนละ 10 กิโลกรัม ประหยัดได้ปีละ 540 บาท

ตัวอย่างที่ 4: กาแฟแพ็คเล็ก vs แพ็คใหญ่

แพ็ค 100 กรัม: ราคา 199 บาท → 1.99 บาท/กรัม

แพ็ค 500 กรัม: ราคา 850 บาท → 1.70 บาท/กรัม

ผลลัพธ์: แพ็คใหญ่คุ้มกว่า 0.29 บาท/กรัม (~14.6% ประหยัด) ดื่มกาแฟทุกวัน ปีนึงประหยัดได้เกินพัน

สูตรคำนวณราคาต่อหน่วย

สูตรตรงๆ แค่หาร:

ราคาต่อหน่วย = ราคาสินค้า ÷ ปริมาณ

  • ราคาต่อหน่วย A: ราคา A ÷ ปริมาณ A
  • ราคาต่อหน่วย B: ราคา B ÷ ปริมาณ B
  • สินค้าที่คุ้มกว่า: ตัวที่มีราคาต่อหน่วยน้อยกว่า
  • ประหยัดต่อหน่วย: |A - B|
  • ประหยัดเปอร์เซ็นต์: (ประหยัดต่อหน่วย ÷ ราคาต่อหน่วยที่แพงกว่า) × 100

ตัวอย่างเปรียบเทียบในตาราง

สินค้าราคาปริมาณราคาต่อหน่วยผลลัพธ์
แชมพู A49 บาท380 มล.0.1289 บาท/มล.
แชมพู B89 บาท750 มล.0.1187 บาท/มล.B คุ้มกว่า 7.9%
ข้าวสาร A75 บาท2 กก.37.50 บาท/กก.
ข้าวสาร B165 บาท5 กก.33.00 บาท/กก.B คุ้มกว่า 12.0%
น้ำดื่ม A45 บาท6 ขวด7.50 บาท/ขวด
น้ำดื่ม B150 บาท24 ขวด6.25 บาท/ขวดB คุ้มกว่า 16.7%

ข้อสมมติฐานและข้อจำกัดที่ควรรู้

  • ต้องเป็นสินค้าเดียวกัน: เปรียบเทียบได้เฉพาะของชนิดเดียวกัน ห้ามเอาแชมพูไปเทียบกับครีมนวด
  • คุณภาพต้องเท่ากัน: สินค้า A เป็นของแพงคุณภาพดี สินค้า B เป็นของถูกคุณภาพต่ำ ราคาต่อหน่วยถูกกว่าก็ไม่ได้หมายความว่าคุ้มเสมอไป
  • คิดเรื่องหมดอายุ: ซื้อแพ็คใหญ่ราคาต่อหน่วยถูกกว่า แต่ใช้ไม่หมดก่อนหมดอายุ กลายเป็นของเสีย
  • พื้นที่จัดเก็บ: ของแพ็คใหญ่ต้องมีที่เก็บ ถ้าต้องซื้อตู้เพิ่มหรือทิ้งของเก่า ก็ไม่คุ้ม
  • หน่วยต้องแปลงให้เท่ากัน: ถ้า A เป็นกรัม B เป็นกิโลกรัม ต้องแปลงหน่วยก่อนเทียบ
  • โปรโมชั่นพิเศษ: "ซื้อ 1 แถม 1" หรือ "ลด 30%" ต้องคำนวณแยก เพราะราคาต่อหน่วยจริงๆ ต่างจากป้าย

เคล็ดลับซื้อของให้คุ้มที่สุด

  • เช็คป้ายราคาต่อหน่วย: ซูเปอร์มาร์เก็ตหลายเจ้าแปะป้าย "บาท/100 มล." หรือ "บาท/กก." ไว้ใต้ชั้นวางแล้ว
  • อย่าหลงไซส์: ใหญ่กว่าไม่ได้แปลว่าคุ้มกว่าเสมอ บางแบรนด์ตั้งใจให้ขนาดเล็กมีราคาสูงต่อหน่วย
  • เทียบหลายแบรนด์: สินค้าชนิดเดียวกัน แบรนด์ A vs แบรนด์ B vs private label บางที no-name คุ้มกว่า 30-50%
  • ซื้อตามฤดูกาล: ข้าวสาร ผัก ผลไม้ ราคาต่อหน่วยช่วงเก็บเกี่ยวถูกกว่านอกฤดู 2-3 เท่า
  • เช็คส่วนลดแพ็ครวม: "ซื้อ 2 ชิ้น ลด 15%" ต้องเอาราคาหลังลดมาหารด้วยปริมาณรวม
  • หลีกเลี่ยงแพ็คทดลอง: "ขนาดทดลอง" ราคาต่อหน่วยแพงที่สุดเสมอ
  • ใช้เครื่องมือ savcurv.com: ใส่ตัวเลขสองชิ้นที่อยากเทียบ เห็นชัดว่าประหยัดได้เท่าไหร่

สรุปขนาดยอดนิยม: ประหยัดเท่าไหร่ต่อเดือน?

สมมติครอบครัวซื้อของใช้เดือนละ 5,000 บาท คำนวณจากประสบการณ์จริง:

หมวดซื้อแบบไม่เทียบซื้อแบบเทียบราคาต่อหน่วยประหยัด/เดือน
แชมพู + ครีมนวด350 บาท315 บาท35 บาท
น้ำดื่ม180 บาท150 บาท30 บาท
ข้าวสาร + เครื่องปรุง900 บาท820 บาท80 บาท
ผงซักฟอก + น้ำยา450 บาท390 บาท60 บาท
กาแฟ + เครื่องดื่ม600 บาท510 บาท90 บาท
รวม2,480 บาท2,185 บาท~295 บาท/เดือน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

เปรียบเทียบราคาต่อหน่วยคืออะไร?

คือการเอาราคาสินค้าหารด้วยปริมาณ เพื่อให้เห็นว่าต้องจ่ายกี่บาทต่อหน่วยจริงๆ เช่น บาท/มิลลิลิตร บาท/กรัม บาท/ชิ้น เป็นวิธีเปรียบเทียบสินค้าต่างขนาดให้เทียบกันได้อย่างยุติธรรม

แพ็คใหญ่ต้องคุ้มกว่าเสมอไหม?

ไม่เสมอไป ขึ้นอยู่กับว่าแบรนด์ตั้งราคายังไง บางแบรนด์ตั้งใจให้แพ็คเล็กมีราคาต่อหน่วยถูกกว่า เพื่อดูดคนซื้อ "ลอง" ก่อน ใช้เครื่องคำนวณเช็คทุกครั้งก่อนตัดสินใจ

ถ้าหน่วยต่างกัน เช่น กรัมกับกิโลกรัม เทียบกันได้ไหม?

ได้ เครื่องมือของเราแปลงหน่วยให้อัตโนมัติ เช่น กรัม ↔ กิโลกรัม มิลลิลิตร ↔ ลิตร ซีซี ↔ มิลลิลิตร เมตร ↔ เซนติเมตร หรือถ้าอยากเทียบเอง ให้แปลงเป็นหน่วยเดียวกันก่อน เช่น 750 กรัม = 0.75 กิโลกรัม

ซื้อโปรโมชั่น "1 แถม 1" คุ้มจริงไหม?

ขึ้นกับราคา ถ้าของเดิม 100 บาท แถม 1 ฟรี → ราคาต่อหน่วยเป็น 50 บาท แต่ถ้าของเดิม 100 บาท ป้ายขึ้นเป็น 180 บาท แล้วเขียน "1 แถม 1" → จริงๆ คือ 90 บาทต่อชิ้น ซึ่งแพงกว่าปกติ ดูราคาก่อนโปรโมชั่นเสมอ

ของ private label (ไม่มีแบรนด์) คุ้มกว่าจริงไหม?

ส่วนใหญ่คุ้มกว่าแบรนด์ดัง 30-50% เพราะไม่มีค่าโฆษณา ค่าแบรนด์ คุณภาพใกล้เคียงกันในหลายหมวด เช่น น้ำดื่ม ข้าวสาร นม ผงซักฟอก ลองเทียบด้วยเครื่องมือดูได้

คำนวณราคาต่อหน่วยบ่อยๆ จะช่วยประหยัดได้จริงไหม?

ช่วยได้จริง งานวิจัยจากหลายแห่งพบว่า คนที่เปรียบเทียบราคาต่อหน่วยก่อนซื้อ ประหยัดค่าของใช้ในครัวเรือนได้ 10-20% ต่อปี ถ้าครอบครัวใช้ของเดือนละ 5,000 บาท ประหยัดได้ปีละ 6,000-12,000 บาท

ใช้เครื่องมือ savcurv.com ยังไง?

ใส่ชื่อ ราคา ปริมาณ และหน่วยของสินค้าสองชิ้น กดคำนวณ ระบบจะบอกว่าสินค้าไหนคุ้มกว่า ประหยัดต่อหน่วยกี่บาท ประหยัดกี่เปอร์เซ็นต์ พร้อมกราฟเปรียบเทียบให้เห็นชัดๆ ลองใช้ได้ฟรีที่ savcurv.com

ลองใส่ตัวเลขสองสินค้าที่อยากเปรียบเทียบด้านบน แล้วกดคำนวณ รู้ทันทีว่าซื้อแบบไหนคุ้มกว่า

โฆษณา

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ "นโยบายความเป็นส่วนตัว" และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ "จัดการคุ๊กกี้"

ข้อมูลที่ได้และใช้ประมวลผลจากการใช้คุกกี้นั้น ไม่มีการระบุชื่อ หรือบ่งบอกความเป็นตัวตนของท่านได้ อีกทั้งไม่มีการเก็บข้อมูลจำเพาะบุคคลเช่น ชื่อ อีเมล เป็นต้น และใช้เป็นข้อมูลทางสถิติเท่านั้น